สพฐ.เวียนหนังสือถึงเขตพื้นที่-รร.แจ้งความผู้แอบอ้างวิ่งเต้นของบฯได้

     ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายเรื่องการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ งบลงทุน ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง รายการค่าก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม อาคารเรียนอาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้างอื่นที่ชำรุดทรุดโทรม และประสบอุบัติภัยให้ถือปฏิบัติตามความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ดำเนินการพิจารณาจากคำขอตั้งงบประมาณตามความต้องการ ของสถานศึกษาโดยผ่านการกลั่นกรองจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น      ขณะนี้ บางพื้นที่ ได้มีบุคคลไปแอบอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้แก่สถานศึกษาได้ โดยมีพฤติกรรมในการเสนอผลประโยชน์ที่มิชอบ และแสดงออกในเชิงข่มขู่ และมีเงื่อนไขว่า เมื่อได้รับการสนับสนุนงบประมาณแล้วสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างบุคคลดังกล่าว เรื่องนี้...

“บุญรักษ์”สั่ง สพค.แก้ปัญหาชอปปิงคูปองครู

     ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยถึงหลักสูตรของหน่วยพัฒนาครูในโครงการคูปองพัฒนาครูที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ รายหัวละ 10,000 บาท ประจำปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านการรับรองจาก สพฐ. 787 หลักสูตร เปิดให้ครูเข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อชอปปิง ซึ่งขณะนี้มีการร้องเรียนเรื่องการเปิดรุ่นทีไม่เป็นธรรม ว่า สถาบันคุรุพัฒนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งเป็นหน่วยกรองหลักสูตร ได้ส่งหลักสูตรที่ผ่านการรับรองมาที่สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา(สพค.)ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จำนวน 787  หลักสูตร (หน่วยพัฒนาถอนตัว 2 หลักสูตร) และใช้ในการ booking หลักสูตร 785 หลักสูตร และล่าสุดจากการปิดยอดชอปปิงหลักสูตรรอบแรกวันที่ 28 พ.ค.-3...

ด่วน… “บุญรักษ์”สั่งเช็คอาหารกลางวันทุกโรงเรียน

“บุญรักษ์”สั่งด่วนสำรวจโครงการอาหารกลางวันทุกโรงเรียน เริ่มทันทีวันนี้( 7 มิ.ย.) ถ้าเจอทุจริตใช้มาตรการ ครม.จัดการขั้นเด็ดขาดกับผอ.โรงเรียนทันที ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้มีหนังสือ สั่งการถึง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)และ ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษทั่วประเทศ เรื่อง การกำกับติดตามการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เนื่องจากได้มีข่าวเกี่ยวกับการจัดการบริการอาหารกลางวันแก่นักเรียนไม่มีความเหมาะสมทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ จึงขอให้ผอ.สพท.ทุกแห่งมอบหมายให้ศึกษานิเทศก์ บุคลากรกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาและบุคลากรอื่นๆในสำนักงานเขตพื้นที่ไปตรวจ ติดตามการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันของทุกโรงเรียน โดยให้เริ่มออกตรวจติดตามตั้งแต่วันนี้(7มิ.ย.)เป็นต้นไปให้ครบทุกโรงเรียน โดยให้ทุกโรงเรียนได้จัดรายการอาหารตาม Program Thai School Lunch และให้ติดตามด้านภาวะโภชนาการของนักเรียนอย่างเร่งด่วน ในด้านการบริหารจัดการโครงการ และด้านปริมาณและคุณภาพอาหารเป็นกรณีพิเศษ หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เหมาะสม หรือมีการทุจริตในการดำเนินการ ให้ดำเนินการทางวินัยโดยเฉียบขาดกับผอ.โรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว ตามมาตรการตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)อย่างเคร่งครัด “ทั้งนี้หากพบว่าไม่มีการตรวจสอบติดตาม หรือ ตรวจสอบแล้วไม่มีการดำเนินการทางวินัยที่เหมาะสม...

กกอ.ชี้ตั้งประพัฒน์ รก.อธิการบดีมทร.ล้านนา มิชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นโมฆะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ได้มีหนังสือไปถึงเลขานุการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ล้านนา แจ้งเรื่อง ที่สภามทร.ล้านนาดำเนินการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 ในการประชุมวาระพิเศษ 1/2561 และมีมติขยายเวลาให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประพัฒน์ เชื้อไทย รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนาต่อไปจนกว่าสภามหาวิทยาลัยจะมีมติให้เป็นอย่างอื่น ว่า มติดังกล่าวเป็นโมฆะ โดยหนังสือนี้ได้มีการส่งต่อกระจายกันอย่างรวดเร็ว โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า เนื่องจาก สกอ.ได้รับร้องเรียนเกี่ยวกับการประชุมสภา มทร.ล้านนานัดพิเศษเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 ซึ่ง สกอ.ได้พิจารณาแล้วขอเรียนว่า คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายในการประชุมครั้งที่6 / 2561 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561...

หารือ ก.พ. หลังพบ ขรก.หลายสังกัดเอี่ยวทุจริตกองทุนเสมาฯ!

     นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานสืบข้อเท็จจริงกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบความเสียหายและการเยียวยาเงินให้แก่สถานศึกษา ว่า จากที่ได้สรุปผลการสืบข้อเท็จจริงกรณีโกงกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเสนอต่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.โดยมีผู้เกี่ยวข้องจำนวน 25 รายรวมนางรจนา สินที อดีตข้าราชการชำนาญการพิเศษระดับ 8 สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ของ สป.ศธ. ที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการไปก่อนหน้านี้ โดยครั้งนี้เป็นการสรุปข้อมูลครั้งสุดท้ายเรื่องการเยียวยา ภายหลังทำการตรวจทานสเตทเมนท์ของวิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 26 แห่งและโรงเรียนราชประชานุเคราะห์/ศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 41 แห่งนั้น คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯ พบว่าจะต้องเยียวยาแก่สถานศึกษาเป็นเงินทั้งสิ้น   18,655,825 บาท แบ่งเป็น โรงเรียน สพฐ. 20 แห่ง จำนวน 7,290,825 บาท และวิทยาลัยพยาบาล 20 แห่ง จำนวน 11,365,000 บาท        ขณะเดียวกัน ยังต้องเรียกเงินคืนจากวิทยาลัยพยาบาล 5 แห่งและโรงเรียนราชประชานุเคราะห์  1 แห่ง รวม  6 แห่ง ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินเกินไปจากนางรจนาและพวก ซึ่งเมื่อหักลบแล้วจะมียอดเงินที่ต้องเรียกคืนรวม 1,140,691 บาท รวมถึงให้จ่ายเงินชดเชยในส่วนที่ขาดด้วยทั้งนี้ จะเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่มี นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. เป็นประธาน ทั้งนี้ เงินเยียวยานี้จะให้ย้อนหลังไป 10 ปี ทั้งนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ และจบการศึกษาไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่สถาบันการศึกษามักแก้ปัญหาด้วยการจ่ายเงินเด็กกองทุนนี้ด้วยเงินส่วนอื่นไปก่อน https://youtu.be/miAvpUcgjJQ ด้าน นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างให้นิติกร ตรวจสอบสำนวนที่คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯ สรุปมา แต่เนื่องจากผู้ที่คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯชี้มูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตกองทุนเสมาฯ ทั้ง 25 รายนั้น เป็นข้าราชการในหลายระดับ อยู่ในหลายสังกัดไม่ได้สังกัดแค่ ศธ.เช่น สำนักนายก มหาดไทย จึงเป็นประเด็นว่ากรณีนี้เกี่ยวกับข้าราชการหลายคนและมีผู้บังคับบัญชาหลายระดับ เช่นนี้ใครจะเป็นผู้บังคับบัญชาที่สามารถดำเนินการสั่งสำนวนได้ เช่นร้ายแรง ไม่ร้ายแรง หรือยุติ ดังนั้น เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ศธ.จึงได้ทำหนังสือหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่ากรณีลักษณะใครจะเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งสำนวนเพื่อให้เกิดความชัดเจนและดำเนินการที่ถูกต้อง ส่วนการสอบความผิดทางละเมิดนั้นยังอยู่ระหว่างการทาบทามกรรมการเข้ามาทำหน้าที่      “ถึงแม้จะมีข้าราชการ ศธ.เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และสามารถเสนอ รมว.ศึกษาธิการ สั่งการได้ แต่ก็มีคนของหลายหน่วยงานมาเกี่ยวข้องต้องดูให้ละเอียด ซึ่งการหารือกับก.พ.จะได้แนวทางชัดเจนว่าให้แต่หน่วยงานสั่งสำนวนเอง สั่งอย่างไร หรือจะทำสำนวนในภาพรวมทีเดียว จากนี้คงต้องรอทาง ก.พ.ตอบมา ซึ่งหลังจากส่งหนังสือเป็นทางการแล้วผมก็จะประสานอย่างไม่เป็นทางการขอให้ทางก.พ.ช่วยพิจารณาโดยเร็วด้วย”นายการุณ กล่าว      ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนการเยียวยาให้แก่ผู้รับทุนกองทุนเสมาฯนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลจาก นายอรรถพล แต่ก่อนหน้าที่มีการประชุมคณะกรรมการบริการกองทุนเสมาฯ ได้มีมติให้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังว่ากองทุนสามารถนำเงินที่มีอยู่ ซึ่งเป็นในส่วนของกำไรมาใช้เพื่อเยียวยาเด็กที่ไม่ได้รับทุนได้หรือไม่ ซึ่งก็ได้ทำหนังสือไปเรียบร้อยแล้ว รอทางกรมบัญชีกลางตอบกลับมา หากตอบกลับมาเช่นไรก็จะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ทันที ซึ่งถ้ากรมบัญชีกลางตอบว่าสามารถใช้เงินดังกล่าวได้ ที่ประชุมก็สามารถอนุมัติการจ่ายเพื่อเยียวยาได้ทันทีเพราะมีเงินแล้ว ขณะเดียวกัน ในการประชุมครั้งต่อไปก็จะต้องพิจารณาไปถึงการวางมาตรการสำหรับการดูแลเด็กทุนเสมาฯรุ่นใหม่ และจัดทำคู่มือการเบิกจ่ายเงินกองทุนฯด้วย

“หมอธี’แจงยิบ ทำไมย้ายนายณรงค์ รองเลขาธิการกพฐ.

     เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน  นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ  (ศธ.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่ ศธ. เสนอ แต่งตั้งโยกย้าย นายณรงค์  แผ้วพลสง  รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปเป็นศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 15 ภาคเหนือตอนบน  ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ายังไม่ได้ทุจริต เพราะยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น เพียงแต่ไม่ทำตามนโยบาย  ซึ่งตนต้องการสอบสวนให้ลึกซึ้งว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้าง อย่างไรก็ตาม การใช้งบฯจำนวน 279 ล้านบาท เริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560  ขณะนี้เรามีข้อมูลชัดเจนว่าไม่ได้สำรวจความต้องการของโรงเรียนจริง ๆ จัดทำไปก่อน แล้วส่งลงไป  จากนั้นจึงค่อยไปถามโรงเรียนว่า เอาหรือไม่เอา นอกจากนั้นยังมีการยัดไส้เพิ่มเติม ตนจึงต้องการสอบสวนให้ชัดเจน จึงต้องย้ายนายณรงค์...

ไม่ยึดติดพัฒนาครู ถ้าไม่ดีพร้อมยกเลิก

     เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ  (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณี ที่มีข่าวว่าหลักสูตรของหน่วยพัฒนาครูในโครงการคูปองพัฒนาครูที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ รายหัวละ 10,000 บาท ประจำปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านการรับรองจาก สพฐ. 785 หลักสูตร เปิดให้ครูเข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อช็อปปิ้ง แต่เมื่อถึงเวลาหลักสูตรกลับหายไปหลายหลักสูตร ส่งผลให้ครูที่จองหลักสูตรไว้เดือดร้อน ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเกิดจากสพฐ.ดึงหลักสูตรกลับไปพิจารณาอีกรอบพร้อมยกเลิกการจอง เนื่องจากไม่ได้ตั้งงบรองรับว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งตนจะลงไปตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากอะไร เพราะมีการโจมตีกันมาโดยตลอด ซึ่งเท่าที่ดูผู้ที่ออกมาโจมที เป็นเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่หลักสูตรไม่ผ่านการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา ส่วนเรื่องงบประมาณนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่า การดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ได้มีการของบประมาณเพิ่มเติม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) บริหารจัดการงบเองทั้งหมด เพื่อลดอำนาจจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี       “คนที่ออกมาโจมตีเป็นเพียงคนกลุ่มหนึ่ง อยากให้ครูที่เห็นประโยชน์จากโครงการนี้กว่า 3 แสนคนออกมาพูด...

ลือกันแซด!! โยก ณรงค์ รองกพฐ. ไปศธภ.ภาคเหนือตอนบน เซ่นเซ็นต์ซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะ ม.ต้น

     เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว. ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พฤษภาคม ในส่วนของศธ. จะเสนอแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการระดับสูง แต่จะเป็นใคร ระดับไหนบ้างนั้น ยังไม่ขอบอก ส่วนจะมีชื่อผู้ที่เซ็นลงนามโอนงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาจจะมีการล็อกสเป็ก และมีการแจ้งจัดสรร 458 โรงเรียน งบทั้งสิ้น 279 ล้านบาท แต่ภายหลังเมื่อมีการอนุมัติงบฯ...

หมอธี ฉุน ร.ร.สพฐ.แย่งเด็ก ทำสวนนโยบายเปิดอนุบาล 1 ห้องสอนปฐมวัย 1 คน

ที่ จ.พิจิตร นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของศธ.ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยของรัฐ เอกชนและท้องถิ่น ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.)โรงเรียนยอแซฟพิจิตร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัด องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ห้วยเกตุ โดยมีนางณิทฐาแสวงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ นายสงวนศักดิ์ เศรษฐีธัญญาหาร ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) พิจิตร ให้การตอนรับ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า การศึกษาปฐมวัยถือเป็นการลงทุนกับเด็กเล็กที่สำคัญ และกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ให้เรียนฟรีตั้งแต่ 3 ขวบ ขึ้นไป โดยนโยบาย มอบหมายให้แต่ละจังหวัดบูรณาการการจัดการศึกษา ระหว่างรัฐ เอกชน และท้องถิ่น แต่พบว่า บางแห่งทำตรงข้ามกับนโยบายของตน ซึ่งพบว่าโรงเรียนในสังกัด สพฐ. มีการเปิดห้องเรียนอนุบาล แต่มีเด็กเรียนเพียงคนเดียว โดยเฉพาะ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)พิจิตร เขต 1 มีมากถึง 11 โรงเรียน อ้างความจำเป็นของผู้ปกครองต้องการ ให้น้องเรียนกับพี่ที่เรียน ในโรงเรียนนั้นอยู่แล้ว เป็นต้น ซึ่งเมื่อเปิดห้องเรียนแล้วจะไปยุบ จึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นตนจึงย้ำว่าก่อนจะเปิดขอให้แต่ละจังหวัดบูรณาการร่วมกัน “การเปิดห้องเรียนอนุบาล 1 ห้องเรียน แต่มีนักเรียนคนเดียว ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า เปิดห้องเรียนอนุบาลคนเดียว ทำเพื่ออะไร เพื่อให้ได้ตำแหน่ง หรืออัตราครู เพิ่มขึ้นใช่หรือไม่ ทั้งที่รู้ว่า การเปิดห้องเรียนอนุบาล แต่มีเด็กเรียนคนเดียวไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ”รมว. ศึกษาธิการกล่าวแล้วว่า ทั้งนี้การศึกษาปฐมวัยยังไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ แต่รัฐกำหนดให้เรียนฟรี ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแย่งเด็กกับเอกชน หากรัฐจะจัดปฐมวัยจะต้องมีความพร้อม และมีเหตุผลเพียงพอ และเรื่องนี้ตนจะทำรายงานส่งให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเดินทางมาลงพื้นที่ และประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจร ในสัปดาห์หน้า และขอย้ำว่า ศธจ. ทุกจังหวัด จะต้องทำให้เกิดการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ปีหน้าเหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้น

เตรียมความพร้อมสอบรับตั๋วครู คุรุสภาการันตรีรอบนี้แนวทางชัดเจน  คาดสอบจริงปี 63

ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา  ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในมาตรา 40 ระบุไว้ใจความตอนหนึ่งว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได้ หรือก้าวก่ายการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษา ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อีกทั้งให้ได้บุคคลที่จะเข้าสู่วิชาชีพครู เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง นั้น  ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติเรื่องการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยมอบให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไปจัดทำแนวทางการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และมาตรฐานต่างๆ ให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการประกาศใช้ ดังนั้นหลังจากนี้คุรุสภาจะนำข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการคุรุสภาไปปรับปรุงแนวทางการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งคาดว่าจะยกร่างแนวทางฯ แล้วเสร็จในปีนี้ และสามารถนำร่องได้ในปี 2562 เพื่อเป็นการตรวจสอบระบบให้มีความแม่นยำรวมถึงหาข้อบกพร่อง ก่อนที่จะประกาศใช้จริงในปี 2563 ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คุรุสภาได้เตรียมการในเรื่องการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไว้บ้างแล้ว โดยได้มีการยกร่างแนวทางการดำเนินการทดสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนฝ่ายผลิต...
- Advertisement -

Recent Posts