สพฐ.สั่ง รร. เช็คอาหารกลางวันภายใน 3 วัน

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้นายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการกพฐ. ลงนามในหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษา(สพป.)ทุกเขต เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน  และรายงานข้อมูลต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและเลขาธิการ กพฐ.ภายในวันพุธที่ 13  มิ.ย.61 ดังนี้ 1. สำรวจการโอนเงินงบประมาณค่าอาหารกลางวันจากทุกโรงเรียนเฉพาะภาคเรียนที่1/2561 ดังนี้  1.1 โรงเรียนได้รับโอนเงินงบประมาณจัดสรรค่าอาหารกลางวันสำหรับภาคเรียนที่ 1 /2561หรือยัง   กรณีที่ได้รับช้ากว่าวันเปิดภาคเรียนได้รับเมื่อใด.  หรือถ้ายังไม่ได้รับการโอนเงินงบประมาณ โรงเรียนดำเนินการอย่างไร (กรณีที่ได้รับงบประมาณช้าหรือยังไม่ได้รับโอนเงินงบประมาณ ให้ระบุด้วยว่าโรงเรียนนั้นๆอยู่ในพื้นที่ที่ต้องได้รับจัดสรรและโอนงบประมาณจากหน่วยงานใด ระบุอำเภอและจังหวัดด้วย   1.2 กรณีงบประมาณโอนช้าหรือยังไม่ได้รับการโอนงบประมาณ โรงเรียนได้จัดอาหารกลางวันให้นักเรียนหรือไม่. ถ้าจัดอาหารกลางวันมีวิธีการในการบริหารหรือจัดหางบประมาณมาดำเนินการอย่างไร    1.3 ให้รายงานข้อมูลตามข้อ 1.1 และ 1.2 โดยให้ทุกเขตพื้นที่และสายงานการศึกษาพิเศษรวบรวมข้อมูลส่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมเขต1 ของทุกจังหวัด และให้ผอ.สพป.เขต 1 รายงานข้อมูลผวจ.และเลขาธิการกพฐ. ภายในวันที่13 มิ.ย.61 ซึ่ง สพฐ.จะรวบรวมข้อมูลรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปโดยเร็ว      เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า  2. ให้ ผอ.สพท.และผู้บริหารสายงานการศึกษาพิเศษ รายงานการสำรวจสภาพการดำเนินการอาหารกลางวันที่สพฐ.ที่ได้สั่งการแล้วให้ติดตาม ตรวจสอบทุกโรงเรียนตั้งแต่วันที่  7 มิ.ย.61 โดยให้รายงานภายในวันที่ 13 มิ.ย.61 เช่นเดียวกัน  โดยประเด็นการรายงานมีดังนี้   2.1 จำนวนโรงเรียนในเขตพื้นที่  2.2 จำนวนโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวัน  2.3 จำนวนโรงเรียนที่ได้รับการโอนเงินงบประมาณค่าอาหารกลางวัน ก่อนวันที่ 16 พ.ค.61  2.4 จำนวนโรงเรียนที่ ได้รับการโอนเงินงบประมาณค่าอาหารกลางวันแล้วแต่หลังวันที่ 16 พ.ค.61  2.5 จำนวนโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการโอนเงิน ณ วันที่ 11มิ.ย.61  2.6 จำนวนโรงเรียนที่ถูกร้องเรียนและปรากฎข่าวในสื่อมวลชน  และผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีมูลหรือไม่มีมูล   2.7 จำนวนโรงเรียนที่ตรวจสอบแล้ว มีปัญหาการดำเนินการกี่โรงเรียน สพท.ได้แก้ปัญหาอย่างไร.  2.8 จำนวนโรงเรียนที่ดำเนินการได้ดีสมควรยกย่องชื่นชมให้เป็นต้นแบบ พร้อมแนวทางที่เป็นความสำเร็จของแต่ละโรงเรียน  และ 3.ข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการอาหารกลางวันจากโรงเรียน...

กกอ.เสนอ ม.44 มทร.ล้านนา (มีคลิป!)

https://youtu.be/Yx-H1xtjpU8 กกอ.เสนอใช้อำนาจ ม.44 จัดการปัญหาธรรมาภิบาล มทร.ล้านนา-ม.แม้โจ้“หมอธี” เผยรู้ข้อมูลแล้วพร้อมดำเนินการตามที่กกอ.เสนอ วันนี้(31พ.ค.)นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติเสนอให้รมว.ศึกษาธิการ ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 เพื่อแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามคำสั่ง39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา กับมหาวิทยาลัย 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ล้านนา และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อเป็นการพิทักษ์ธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกรณีมทร.ล้านนา ที่ขณะนี้นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมทั้งอุปนายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ บางคนลาออกจากตำแหน่งแล้ว ทำให้เกิดสุญญากาศในการบริหารมหาวิทยาลัย      “นโยบายรัฐบาลและผม ในการใช้คำสั่ง คสช.ที่ 39 /2559 เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีธรรมาภิบาล โดยคำสั่งดังกล่าวมีอยู่แล้ว เพียงแต่ กกอ.สามารถเสนอให้ประกาศชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาธรรมาภิบาลเพิ่มเข้าไปได้ อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวผมไม่รู้จักใครเลย เมื่อ กกอ.เสนอมาให้แก้ปัญหาและผมก็เห็นข้อมูลแล้วก็จะดำเนินการตามนั้น”นพ.ธีระเกียรติกล่าว      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่ กกอ.เสนอให้ใช้อำนาจ ม.44 โดยประกาศชื่อ มหาวิทยาลัยเพิ่มในคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 เพื่อแก้ปัญหาธรรมาภิบาล เนื่องจาก กรณี ม.แม่โจ้ กกอ.เคยเสนอให้ใช้อำนาจไปแล้ว เพราะมีเรื่องร้องเรียนปัญหาธรรมาภิบาลผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่ามีมูลความจริงกกอ.จึงเสนอใช้อำนาจตามม. 44 แต่รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่าควรให้ใช้กฎหมายปกติดำเนินการไปก่อน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านมาก็ยังไม่มีการแก้ปัญหาแต่อย่างไร จึงได้เสนอยืนยันให้ใช้อำนาจตาม ม.44 อีกครั้ง สำหรับกรณี มทร.ล้านนา นั้น ผศ.ประพัฒน์เชื้อไทย ถูกร้องเรียนการทุจริตตั้งแต่แรกเริ่มได้รับการเสนอชื่อเป็นอธิการบดี มทร.ล้านนา และคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ที่มี รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เป็นประธาน ได้สรุปผลการสอบข้อเท็จจริงว่า เข้าข่ายมีมูลกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่ถูกร้องเรียน ซึ่ง สกอ.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ประกอบกับผศ.ประพัฒน์ ได้หมดวาระรักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนา ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2561 อีกทั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภา มทร.ล้านนา พร้อมด้วย ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ศ.ดร.ทรงศักดิ์ ศรีบุญจิตต์ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิรศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ นายโอภาส เขียววิชัย กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดสุญญากาศในมหาวิทยาลัย จึงจำเป็นต้องเสนอใช้อำนาจ ม.44 เพื่อพิทักษ์ธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยเช่นกัน

ด่วน สพค.เปิดทาง ครู ยืนยันสิทธิ-ยกเลิก อบรม กรณีหน่วยพัฒนาเปลี่ยนแปลงสถานที่

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา(สพค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เปิดเผยว่า  ตามที่ สพค.  เปิดให้ครูช้อปปิ้งหลักสูตรอบรมตาม โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจรวันที่ 28 พฤษภาคม -3 มิถุนายน ที่ผ่านมาสามารถเปิดรุ่นได้ 451 หลักสูตร จำนวน 2,455 รุ่น จำนวน 286,019 ที่นั่ง โดยจะเริ่มอบรมได้ตั้งแต่ 21 กรกฎาคม -16 กันยายน นี้นั้น พบว่ามีบางหน่วยพัฒนาที่แจ้งต่อสถาบันคุรุพัฒนาว่ามีการเปลี่ยนสถานที่จัดอบรม จากการแจ้งสถานที่และทำให้ครูเข้าใจผิดลงทะเบียนข้ามจังหวัด โดยมีทั้งเปลี่ยนสถานที่แต่อยู่จังหวัดเดิมและเปลี่ยนเป็นอีกจังหวัด เช่น จากกระบี่ มากรุงเทพมหานคร ซึ่งกรณีเปลี่ยนจังหวัดทำให้ครูที่ชอปปิงและได้รับอนุมัติงบประมาณในการอบรมได้รับผลกระทบจำนวน 4,501 คน ใน 51 รุ่น ดังนั้น เพื่อดูแลครูกลุ่มดังกล่าวทั้งให้ได้รับความเป็นธรรม สพค.ได้ยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เร่งประสานครูและดำเนินการ ตามแนวปฏิบัติ ดังนี้1.กรณีครูยืนยันเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรเดิม โดยชี้แจงความจำเป็นต่อเขตพื้นที่ฯ และอนุมัติให้อบรมได้ ครูเข้ารับการอบรมได้ตามปกติ  2.กรณีครูได้ชี้แจงความจำเป็น แต่เขตพื้นที่ฯไม่อนุมัติอบรมข้ามเขต และครูไม่ประสงค์เข้ารับการอบรมหลักสูตรนี้...

“ทะลุ 7แสนแล้ว เข้าระบบชอปปิงคูปองครู ขณะที่ ผอ.โรงเรียนอนุมัติแค่ 1.7 ที่นั่ง”

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยยอดการลงทะเบียนโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2561 ที่เปิดให้ลงทะเบียบระหว่างวันที่ 15-22 มิถุนายน 2561  ว่า ยอดล่าสุด ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2561 มีผู้เข้าระบบ 711,385 ครั้ง ครูลงทะเบียน 70,432 ที่นั่ง ผอ.โรงเรียนอนุมัติ 17,508  ที่นั่ง  และมียอดครูขอยกเลิกการลงทะเบียนชอปปิงครั้งที่ 1  ณ...

สุดเจ๋ง .. เพิ่มมูลค่าขวดพลาสติก ด้วยเครื่องตัด-ดึงยืดพลาสติกเป็นเส้นด้าย

ทีมนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี ไอเดียเจ๋งเปลี่ยนโลกประดิษฐ์ ‘เครื่องต้นแบบตัดขวดและดึงยืดเป็นเส้นด้าย’ แปลงขยะขวดพลาสติกเป็นเส้นด้าย สู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ผลงานของ นายเอกวิทย์ สายทับทิม นายสิรธีร์ พวงแย้ม และนายพัฒนากร รุ่งเรืองไกรศิริ ที่มีจุดเริ่มต้นจากการมองเห็นปัญหาขยะจากขวดน้ำดื่มพลาสติกใสหรือขวดเพ็ท (PET) ที่มีปริมาณมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นขยะที่ใช้เวลานานกว่า 450 ปีต่อ 1 ใบ กว่าจะย่อยสลาย หากนำไปหลอมละลายต้องใช้พลังงานและเกิดการสิ้นเปลือง ทั้งยังส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม จึงต้องการเปลี่ยนขยะพลาสติกเหล่านั้นให้เป็นเส้นด้าย ถักทอขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอต่อไปโดยไม่ต้องนำไปหลอมละลาย โดยมี ดร.บิณฑสันต์ ขวัญข้าว และว่าที่ร้อยตรีหญิง ศิริวรรณ ศรีธรรมรงค์ เป็นที่ปรึกษาประจำโปรเจ็ค เครื่องต้นแบบตัดขวดและดึงยืดเป็นเส้นด้าย...

โดนแล้ว! “หมอธีใช้” ม.44 มทร.ล้านนา-ม.แม่โจ้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามในหนังสือขอใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา กับมหาวิทยาลัย 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เสนอไปที่ คสช.แล้ว โดยต่อจากนี้ คสช.จะต้องดำเนินการพิจารณาว่าเป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอหรือไม่ เมื่อพิจาณาแล้วจึงจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยตามขั้นตอนเมื่อมีการประกาศแล้ว...

รอง.ศธจ.ปัตตานี โต้ข่าวขัดคำสั่งรมต. กรณีแต่งฮิญาบ รร.อนุบาลปัตตานี

    จากกรณีปัญหาการแต่งชุดฮิญาบของนักเรียนมุสลิมโรงเรียนอนุบาลปัตตานี บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งทางความคิดระหว่างคนพุทธและมุสลิม หลายฝ่ายได้แสดงความกังวลและมีการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆทางโชเชียลมีเดีย มาตั้งแต่วันที่ 16 พค. นั้น      ดร.ชูสิน วรเดช รองศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี  กล่าวว่า "ในฐานะที่เป็นคนกลางในการเจรจา ทำให้รับทราบปัญหามาตั้งแต่ต้น และในฐานะที่ต้องรักษาราชการแทนศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี  ซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลโรงเรียนอนุบาลปัตตานีด้วย จำเป็นต้องลงพื้นที่ เพื่อรับทราบสถานการณ์" ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปเยี่ยมพบปะคุณครูและนักเรียนเพื่อสอบถามนักเรียนว่ามีดัชนีความสุขเป็นอย่างไรบ้าง ด้วยความเป็นห่วงว่าครูและนักเรียนจะเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่  ซึ่งจากการสอบถามเด็กนักเรียนบอกว่า มีความสุข ไม่มีใครมากดดัน และยังได้มีการประชุมครูเพื่อให้ขวัญกำลังใจและมอบแนวทางการทำงาน  ร่วมมือ ร่วมแรงใจกันในช่วงระยะเวลาปัจจุบันแก่ผู้บริหารและคณะครู     “มีการออกข่าวทางสื่อว่าผมไปห้ามไม่ให้เด็กใส่ชุดฮิญาบ และขัดคำสั่งรัฐมนตรีว่ากระ และรัฐมนตรีช่วยว่าการธ.นั้น  ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ผมไม่ได้พูดห้ามหรือมีเจตนาอย่างนั้นเพราะผมเข้าใจในวิถีพี่น้องมุสลิมเป็นอย่างดี และที่สำคัญผมเน้นเรื่องคุณภาพการศึกษา ของเด็ก ของครู และความร่วมมือของผู้ปกครองเป็นำคัญ” ดร.ชูสิน  กล่าวและว่า ขณะนี้มีนักเรียนแต่งชุดฮิญาบและกางเกงยาว ประมาณ 15 คน...

เจออีก ทุจริตในศธ.ยิ่งขุด ยิ่งเจอ แฉเพิ่ม ผอ.สพท.ส่งไลน์ขอจิ๊จ๊ะ ครูสาว

นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ  (ศธ.)เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบปัญหาทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)โยล่าสุดพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่ภาคอีสานใต้ ตนวันนี้ตนได้เชิญผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อนำข้อมูลต่าง ๆ ที่พล.ท.โกศล ตรวจพบมาดูรายละเอียด  เอกสาร และคนที่เกี่ยวข้อง เพราะขณะนี้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะเดินหน้าตรวจสอบ 3 เรื่อง ซึ่งได้ พบข้อมูลระดับหนึ่ง และบางเรื่องมีมูลชัดเจน และเตรียมสอบสวนวินัย เนื่องจากมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กำหนด ให้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน  และหากเรื่องใดมีความชัดเจนให้สามารถสอบสวนได้ทันที โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัด เพื่อสั่งการให้ทีมกฎหมาย และสพฐ.ดำเนินการ “ เรื่องที่มีมีหลักฐานชัดเจน และน่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยได้ ...

ปี 2561 ส่งเสริมคุณธรรมองค์กร-บุคคล มุ่งเน้น4ประการ”พอเพียง-วินัย-สุจริต-จิตอาสา”

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้หารือหลักเกณฑ์การคัดเลือกองค์กรคุณธรรม ซึ่งมี 3 ระดับ คือ องค์กรส่งเสริมคุณธรรม องค์กรคุณธรรม และ องค์กรคุณธรรมต้นแบบ ซึ่งประเด็นคือคณะกรรมการมีความเห็นว่า เรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ และของประชาชนตั้งแต่เด็กจึงอยากให้ส่งเสริมคุณธรรมให้เกิดขึ้นทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กรด้วย เพราะฉะนั้นในปี 2561การคัดเลือกจะเน้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรและบุคคล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการขับเคลื่อนแผนแม่บท 4 ภาค ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว โดยจะเน้นการส่งเสริมคุณธรรมหลัก 4 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต และ...
- Advertisement -

Recent Posts