

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และ ครูจวง ปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายแก่ผู้บริหารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรสู่ “ยุคใหม่ของการเรียนรู้ตลอดชีวิต” อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร.และ ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช ดร.โยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดี สกร. ที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านฯ ผู้อำนวยการกอง/กลุ่มศูนย์ส่วนกลาง ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษา เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ กรมส่งเสริมการเรียนรู้
นายอัครนันท์ กล่าวว่า สกร. คือ “โอกาสของชีวิต” ที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับผู้พลาดโอกาสทางการศึกษา แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างอนาคตใหม่ให้กับคนไทยทุกช่วงวัย การปฏิรูปครั้งนี้ ต้องทำให้การเรียนรู้ “ทันโลก ทันชีวิต และต่อยอดได้จริง” โดยได้มอบนโยบายสำคัญ 3 มิติหลัก เพื่อเร่งขับเคลื่อน ได้แก่ การปฏิรูปหลักสูตรสู่ “Flexible Curriculum” ที่ยืดหยุ่นทั้งเวลาและเนื้อหา รองรับผู้เรียนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนทำงาน ให้สามารถเรียนรู้ควบคู่กับการใช้ชีวิต พร้อมปรับเนื้อหาให้ทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของคนไทยในเวทีโลก การยกระดับทักษะผ่านกระบวนการ Reskill และ Upskill มุ่งเน้นให้ “เรียนแล้วมีรายได้” โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับตลาดแรงงานจริง เช่น การต่อยอดทักษะอาชีพสู่สายงานใหม่ และการสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมเตรียมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ผ่านการเรียนรู้สามารถมีงานทำได้ทันที และการพลิกโฉมห้องสมุดสู่ “Co-working Space” ปรับบทบาทพื้นที่การเรียนรู้ให้ทันสมัย เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-creation Space) ที่เข้าถึงง่าย มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ให้กลายเป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่ทุกคนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวย้ำแนวทางการลงพื้นที่ตรวจราชการว่า ต้องลงไปเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงตรวจตามขั้นตอน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเท็จจริงจากพื้นที่อย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งมอบนโยบายให้ ลดขั้นตอน ลดพิธีการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การทำงานของ สกร. มีความคล่องตัว รวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
“เราต้องให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ คนไทยในต่างประเทศ โดยมุ่งพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จากทุกที่ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และระบบรับรองผลการเรียนรู้ เพื่อให้คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก สามารถเข้าถึงการศึกษาและได้รับวุฒิการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต”นายอัครนันท์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้เรียนที่มีข้อจำกัด เช่น ผู้ทำงาน ผู้ต้องขัง ทหารกองประจำการ และพระสงฆ์ ได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม พร้อมชื่นชมการทำงานของ สกร.ที่มีทิศทางชัดเจนและทันสมัยอยู่แล้ว โดยเชื่อมั่นว่าหากขับเคลื่อนทั้ง 3 มิตินี้อย่างจริงจัง จะทำให้ สกร. เป็นหัวใจของระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศได้อย่างแท้จริง
ด้าน ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า สกร. พร้อมน้อมรับนโยบายและขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มุ่งสร้างระบบที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ผู้เรียนทุกกลุ่ม พร้อมยืนยันว่า สกร. จะเดินหน้าสร้าง “โอกาสที่จับต้องได้” ให้ประชาชน ภายใต้แนวคิดสำคัญ
“อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน เรียนแล้วต้องนำไปใช้ได้จริง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การขับเคลื่อนในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ สกร.ในฐานะนักปฏิบัติที่มุ่งเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นพลังในการพัฒนาชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง พร้อมก้าวสู่เป้าหมายสำคัญ คือการทำให้ สกร.อยู่ในใจทุกครัวเรือน และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศอย่างยั่งยืน”อธิบดี สกร.กล่าว






