เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ลงพื้นที่อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย พร้อมติดตามการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จังหวัดศรีสะเกษ อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภารกิจเร่งด่วนฟื้นฟูความเสียหายและยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวไปว่า จากการลงพื้นที่ โรงเรียนขุขันธ์วิทยา ซึ่งได้รับความเสียหายจากพายุ ตนได้สั่งการให้เร่งจัดสรรงบฉุกเฉินเพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและครู พร้อมกันนี้ได้แนะนำให้โรงเรียนจัดทำคำของบประมาณปี 2571 เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ทดแทนในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเตรียมสนับสนุนรถยนต์จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 1 คัน เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน พี่อยู่ห่างไกลได้เดินทาง เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา

“โรงเรียนขุขันธ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนมากถึง 3,674 คน พบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโรงอาหารที่รองรับได้เพียง 900 คน ส่งผลให้เกิดความแออัดอย่างหนักในช่วงเวลาอาหารกลางวัน ผมจึงได้มอบแนวทางให้จัดทำแผนของบลงทุนปี 2571 เพื่อก่อสร้างโรงอาหารแห่งใหม่ให้เพียงพอ รองรับนักเรียนจำนวนมากได้อย่างเหมาะสม“ นายอัครนันท์ กล่าวและว่า ขอชื่นชมโครงการ “พี่ดูแลน้อง” ของโรงเรียน ที่สร้างระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบเครือข่ายภายในสถานศึกษา เสริมความปลอดภัยและสร้างวินัยในกลุ่มนักเรียน ถือเป็น “โมเดลต้นแบบ” ที่มีศักยภาพ และควรขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นในสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ รมช. ศึกษาธิการ ยังได้ติดตามการดำเนินงานของ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดศรีสะเกษ โดยรับทราบปัญหาข้อจำกัดด้านอาคารสถานที่และทรัพยากร จึงเตรียมผลักดันงบลงทุนเพื่อก่อสร้างอาคาร สกร. ระดับอำเภอราษีไศลแห่งใหม่ รวมถึงงบซ่อมแซมอาคาร ศกร. ระดับตำบลในพื้นที่ชายแดน อาทิ อ.กันทรลักษ์ อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ให้เข้มแข็ง รวมถึงการ “รีแบรนด์” ห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศให้เป็น Co-working Space รองรับผู้เรียน มาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ นอกจากนี้นายอัครนันท์ ยังกล่าวย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก โดยไม่ต้องการให้โรงเรียนเตรียมการต้อนรับที่เป็นภาระ “ขอเพียงน้ำเปล่าแก้วเดียวก็พอ” สะท้อนนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในยุคปัจจุบัน คือ “ลดภาระครู” ผ่านการยกเลิกโครงการที่ซ้ำซ้อน คืนเวลาให้ครูได้ทำหน้าที่หลักในการสอนและพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ

“ผมตั้งใจมารับฟังปัญหาจริงในพื้นที่ เพื่อหาทางออกร่วมกัน เพราะโอกาสทางการศึกษาต้องเข้าถึงทุกคน สะท้อนทิศทางเชิงรุกของกระทรวงศึกษาธิการในการเร่งฟื้นฟูสถานศึกษา ควบคู่กับการวางแผนระยะยาว ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และคุณภาพการเรียนรู้ เพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here