เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ที่ประชุมได้ติดตามและสั่งการหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย หลังพบว่ายังมีสถานศึกษาบางแห่งจัดการเรียนหรือกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสอบแข่งขัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเด็กปฐมวัยอยู่ภายใต้กรอบของ พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ซึ่งไม่สนับสนุนการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นให้มีการแข่งขันหรือการสอบแข่งขัน เนื่องจากเด็กในช่วงวัยดังกล่าวควรได้รับการส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสมตามวัย มากกว่าการถูกกดดันเข้าสู่ระบบการแข่งขัน ตนจึงได้สั่งการหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)ที่กำกับสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ให้จัดการศึกษาปฐมวัยในลักษณะมุ่งสอบแข่งขันและให้มีการแข่งขัน โดยให้เปลี่ยนมาใช้วิธี ประเมินพัฒนาการจากการสังเกตและแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เพื่อสะท้อนพัฒนาการของเด็กอย่างเหมาะสม ทั้งนี้เนื่องจากการนำเด็กปฐมวัยเข้าสู่การแข่งขันเร็วเกินไปไม่เหมาะสมกับพัฒนาการด้านสมอง เด็กในวัยนี้ยังไม่ควรถูกผลักเข้าสู่การแข่งขันเช่นเดียวกับเด็กในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นการประเมินควรมุ่งดูพัฒนาการของเด็กเป็นสำคัญ
รมว.ศึกษาธิการ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ์เสรีภาพ และความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ(ศพส.) ซึ่งจะเปิดระบบรับร้องเรียนอย่างเป็นทางการทั่วประเทศในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยจะมีการอบรมและซักซ้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มใช้งานจริง เพื่อให้การรับแจ้งเหตุและการคุ้มครองนักเรียนสามารถเชื่อมโยงการทำงานได้อย่างเป็นระบบทั่วประเทศก่อนที่จะเปิดใช้แอปจริงต้นปี 2570 นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ สสวท. คัดกรองนักเรียนที่มีศักยภาพด้าน AI เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน AI Olympics พร้อมเดินหน้า Reskill-Upskill ครู นักเรียน และผู้บริหาร โดยเฉพาะ AI Literacy และ AI Framework เพื่อรองรับการปรับหลักสูตรในระยะต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพร่วมกับ UNESCO ในการจัดกิจกรรมด้านการศึกษา รวมถึงศึกษาการนำองค์ความรู้เรื่อง ผ้าไทยและ Thai Textile Handbook ซึ่งเชื่อมโยงทั้งศิลปวัฒนธรรมและแฟชั่น มาพิจารณาผนวกเข้าสู่การเรียนรู้ของนักเรียน
“ตนได้กำชับผู้บริหารองค์กรหลักเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2569 ให้เป็นไปตามแผนงานและวัตถุประสงค์ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร โดยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และ ยังกำชับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ให้ขอกันงบประมาณ กว่า 1.6 พันล้านบาท ของโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียม ด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิต Portfolio (The Digital Skill/Credit Portfolio : Empowering Education) ไว้ก่อน เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เปลี่ยนแปลงงบประมาณไปใช้ในโครงการ อื่นที่เหมาะสม โดยกำชับให้ดูรายละเอียด ให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควบคู่กับการบูรณาการข้อมูลระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้ระบบ สามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว รวมถึงจะต้องไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นๆ ตามข้อสังเกตุของหลายภาคส่วน อาทิ โครงการ National Digital Learning Platform (NDLP) เป็นต้น ส่วนการจัดซื้ออุปกรณ์เสริมการเรียนการสอนนั้น ถือเป็นงบผูกพัน 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2573 และนำร่องในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) ดังนั้นในส่วนนี้คงไม่มีการทบทวนและต้องดำเนินการต่อเนื่อง






