ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดอำนาจเจริญ วงเงิน 45 ล้านบาท ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ในช่วงรัฐบาล “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”เดินทางมาถึงคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในปี 2569 หลังคดีลากยาวมากว่า 14 ปี โดยมีอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับเลขาธิการ กพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จนถึงผู้อำนวยการโรงเรียน

โดย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อม.อธ.2/2567 หมายเลขแดงที่ อม.อธ.4/2569 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง นางสมหญิง บัวบุตร อดีต สส.จังหวัดอำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทยสมัยนั้น กับพวกรวม 12 คน คดีนี้มีต้นเรื่องว่า ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554 ถึงเดือนมกราคม 2556 ซึ่งอยู่ในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคำขอเพิ่มเติมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ตามคำฟ้อง นางสมหญิง ซึ่งขณะนั้นเป็น สส.จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกำหนดรายชื่อโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณ โดยมีโรงเรียนอยู่ในบัญชีเบื้องต้น 15 แห่ง ก่อนที่โรงเรียน 12 แห่งจะเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงสนามกีฬาและก่อสร้างสนามฟุตซอล ทั้งนี้ งบประมาณที่เป็นปัญหามีจำนวน 45 ล้านบาท และเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยเพิ่งเผชิญมหาอุทกภัยปี 2554 โรงเรียนจำนวนมากมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างที่เสียหาย ซึ่งองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน  ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) และเป็นจำเลยที่ 2 ได้กำหนดรายชื่อโรงเรียนตามความต้องการของฝ่ายการเมือง เพื่อให้งบประมาณรายจ่ายปี 2555 จำนวน 45 ล้านบาทลงไปในพื้นที่เลือกตั้ง  ผลที่เกิดขึ้น คือ โรงเรียน 12 แห่งไม่สามารถนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้ก่อสร้าง ปรับปรุง หรือซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมหรือได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ตามสภาพความขาดแคลนที่แท้จริงได้ แต่ถูกกำหนดให้นำไปใช้ก่อสร้างสนามฟุตซอล ศาลพิพากษา จึงจำคุก นายชินภัทร 5 ปี โดยไม่รอการลงโทษ

ขณะที่ นายอดุลย์ กองทอง อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ จำเลยที่ 3 ซึ่งคำพิพากษาศาลชั้นแรกเมื่อปี 2567 ให้ยกฟ้อง กลับถูกองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษากลับ โดยศาลพิเคราะห์ว่า นายอดุลย์เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ และ มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการจัดสรรและอนุมัติงบประมาณ รวมทั้งกระบวนการกำหนดแบบและประมาณการราคาวัสดุ เพื่อนำไปใช้จัดทำ TOR ของโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณ ในกระบวนการดังกล่าวมีการกำหนดแผ่นยางสังเคราะห์ EVA ก่อนที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะตรวจพบว่า โรงเรียนกำหนดราคาวัสดุสูงกว่าราคาท้องตลาดรวมประมาณ 24 ล้านบาท อีกทั้งแผ่นยางดังกล่าวก็ไม่เหมาะกับการใช้งานเป็นสนามฟุตซอลกลางแจ้ง นอกจากนี้ ศาลยังเห็นพฤติการณ์เกี่ยวกับการกำหนดรายละเอียดสินค้าไว้ในแบบประมาณการ ซึ่งมีลักษณะเอื้อประโยชน์และกีดกันบุคคลอื่นไม่ให้เข้าสู้ราคาได้โดยง่าย หรือมีลักษณะ “ล็อกสเปก” องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เห็นว่า นายอดุลย์เป็นข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ หากไม่ให้ความร่วมมือ การทุจริตตามคดีนี้ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ และการกระทำก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง จึงพิพากษา จำคุกนายอดุลย์ 5 ปี โดยไม่รอการลงโทษ

นอกจากอดีตผู้บริหารการศึกษาทั้งสองรายแล้ว ศาลยังพิพากษา นางสมหญิง บัวบุตร อดีต สส.อำนาจเจริญ จำคุก 3 ปี 4 เดือน ขณะที่ นายพิพัฒน์ กาลพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนโนนม่วงโนนจิก จ.อุบลราชธานี” ซึ่งเป็นคนกำหนดคุณลักษณะการออกแบบ ก็ถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน โดยศาลเห็นว่ามีบทบาทสำคัญในกระบวนการให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 12 แห่งใช้ TOR โดยมิชอบ จนทำให้การแข่งขันเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐไม่เป็นธรรม

คดีสนามฟุตซอลอำนาจเจริญจึงเป็นอีกคดีในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่กระบวนการกำหนดโรงเรียนที่จะได้รับงบประมาณ การจัดสรรเงิน การกำหนดราคากลางและ TOR ไปจนถึงการเสนอราคา กว่ากระบวนการตรวจสอบจะมาถึงคำพิพากษาขององค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ในปีนี้ ปี พ.ศ.2569 ต้องผ่านช่วงระยะเวลามายาวนานกว่า 14 ปี วันนี้ถือว่าสิ้นสุดแล้ว ใครที่ทำผิดไว้ก็ชดใช้กันไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here