เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ออกคำชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์และสื่อมวลชน พาดพิงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อแฝงว่า “M50” และเครือข่ายผู้ประกอบการจำหน่ายครุภัณฑ์การศึกษา โดยมีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง การหลีกเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี e-Bidding ตลอดจนการกล่าวอ้างว่าสถานศึกษาที่ไม่เลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการบางรายอาจไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
ซึ่ง ก่อนหน้านี้ สื่อหลายสำนักรายงานข้อกล่าวอ้างว่า มีการเชื่อมโยงบุคคลที่ใช้ชื่อแฝง “M50” กับคนภายใน สอศ. และผู้ประกอบการบางกลุ่ม รวมถึงตั้งข้อสังเกตการจัดโครงการหรือซื้อครุภัณฑ์วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งอาจถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยง e-Bidding ตลอดจนข้อกล่าวหาเรื่องการจัดทำแพ็กเกจครุภัณฑ์และราคาที่สูงกว่าปกติ ทั้งหมดนี้ยังเป็น ข้อกล่าวอ้างและข้อร้องเรียนที่ต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ สอศ.ชี้แจงว่า การบริหารราชการของสำนักงาน เจ้าหน้าที่และผู้บริหารทุกระดับต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งโยกย้าย การใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุ ต้องยึดหลัก ความชอบด้วยกฎหมาย ความสุจริต โปร่งใส เสมอภาค รับผิดชอบ และตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีนโยบายใช้อำนาจหรือดุลพินิจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บุคคล กลุ่มบุคคล หรือผู้ประกอบการรายใด
สำหรับข้อกล่าวอ้างว่า “M50” หรือเครือข่ายบุคคลภายนอกอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง หรือมีการเรียกรับผลประโยชน์แลกกับตำแหน่งนั้น สอศ.ยืนยันว่า การแต่งตั้งโยกย้ายต้องดำเนินการโดยผู้มีอำนาจและคณะกรรมการตามที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ วิธีการ และเงื่อนไขของทางราชการ บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามากำหนดหรือแทรกแซงการใช้อำนาจดังกล่าวได้ และ สอศ.ยังระบุด้วยว่า ไม่มีนโยบายหรือคำสั่งให้ผู้ใดเรียกรับทรัพย์สิน เงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อแลกกับตำแหน่งหรือการแต่งตั้ง หากปรากฏพยานหลักฐานว่ามีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการแต่งตั้งโยกย้าย จะตรวจสอบและดำเนินการทั้งทางวินัย ทางปกครอง ทางแพ่ง หรือทางอาญาแล้วแต่กรณีอย่างเคร่งครัด ส่วนข้อสงสัยเรื่องการจัดสรรงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะโครงการหรือการซื้อครุภัณฑ์วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท สอศ.ยืนยันว่า การจัดสรรงบประมาณ การกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ราคากลาง และวิธีจัดซื้อจัดจ้าง ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ รวมถึงระเบียบกระทรวงการคลังอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ สอศ.ย้ำอีกว่า การแบ่งซื้อแบ่งจ้างหรือกำหนดวงเงินเพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์หรือวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถกระทำได้ และสำนักงานไม่มีนโยบายให้สถานศึกษาแบ่งซื้อแบ่งจ้าง แบ่งวงเงิน หรือกันงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยง e-Bidding หรือเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใด หากตรวจพบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือใช้อำนาจโดยมิชอบ จะตรวจสอบและดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี และอีกประเด็นสำคัญคือข้อกล่าวหาเรื่อง “แพ็กเกจครุภัณฑ์” และการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเพื่อเอื้อผู้ประกอบการ สอศ.ยืนยันว่าไม่มีนโยบายกำหนดหรือบังคับให้สถานศึกษาต้องจัดซื้อครุภัณฑ์จากผู้ประกอบการรายใดโดยเฉพาะ การกำหนดสเปกต้องพิจารณาจากประโยชน์ของทางราชการ ความจำเป็น ความคุ้มค่า และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเพื่อกีดกันหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ค้ารายหนึ่งรายใดโดยไม่มีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีการใช้การจัดสรรงบประมาณเป็นเครื่องมือกดดันหรือบังคับสถานศึกษาให้เลือกผู้ประกอบการรายใด” และหากสถานศึกษาแห่งใดมีข้อมูลหรือหลักฐานว่าถูกกดดัน ข่มขู่ หรือชักจูงในลักษณะใช้อำนาจโดยมิชอบ สามารถส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานให้ สอศ.ตรวจสอบได้ โดยจะคำนึงถึงความปลอดภัยและสิทธิของผู้ให้ข้อมูลตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สอศ.ยังระบุว่าให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนทุกกรณี แต่การเผยแพร่ข้อกล่าวหาต่อสาธารณะ ยังไม่ถือว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหากระทำความผิด จนกว่าจะผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากผลสอบพบการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร หรือบุคคลใด จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือปกป้องผู้กระทำผิด
ทั้งนี้ ช่วงท้ายของคำชี้แจง สอศ.ระบุด้วยว่า ขอประณามการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงที่มุ่งทำลายเกียรติยศและชื่อเสียงขององค์กร แต่ขณะเดียวกันยืนยันว่า จะไม่ใช้เรื่องชื่อเสียงขององค์กรเป็นเหตุปิดกั้นการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรับการตรวจสอบและแก้ไขหากพบข้อบกพร่อง โดยยึด “หลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล และประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประชาชน” เป็นสำคัญ






