เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(บอร์ด ก.ค.ศ.)เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญต้องพิจารณา 3 หลักเกณฑ์ คือ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้อำนวยเขตพื้นที่การศึกษาใหม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้มีการขยายเวลาขึ้นบัญชี จากเดิมไม่น้อยกว่า 1 ปี เป็น 2 ปี และเพิ่มจำนวนการขึ้นบัญชีผู้สอบผ่านเกณฑ์ขึ้นบัญชีไว้จากเดิม 2 เท่า เป็น 4 เท่า และให้นำผลการปฏิบัติงานในภาค ค มาประกอบการพิจารณาในภาค ก ได้ ดังนั้นภาค ก จะมีสองส่วนคือข้อเขียนกับผลงาน แต่มาตรฐานยังคงเหมือนเดิมคือต้องได้คะแนนผ่านไม่น้อยกว่าร้อยละ60
เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อไปว่า หลักเกณฑ์ที่สองคือ เกณฑ์ตาม ว.22 เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกข้าราชการ 38 ค.(2)ซึ่งที่ประชุมได้นำมาหารือกัน โดยสาระสำคัญของการปรับปรุงเกณฑ์นี้คือ เปิดโอกาสให้ลูกจ้างหรือพนักงานราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนราขการใด สามารถสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการ 38ค(2)ข้ามแท่งในสังกัดใดก็ได้ ส่วนเกณฑ์ที่สาม คือการปรับปรุงเกณฑ์การสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ตาม ว.16 เพื่อให้ส่วนราชการต่างๆใช้เป็นกลไกในการสอบคัดเลือกครูอัตราจ้าง ลูกจ้าง หรือลูกจ้างทั่วไปที่มีคุณสมบัติมาสอบเป็นข้าราชการครูได้ แต่ในเกณฑ์นี้ก็ยังสอบข้ามแท่งไม่ได้ ซึ่งต่างกับเกณฑ์ ว.22 อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้มีการเสนอให้นำผลงานมาไว้ในภาค ก แต่ที่ประชุมยังไม่ได้มีมติและข้อสรุป ดังนั้นผลงานก็ยังอยู่ในภาค ค เหมือนเดิม แต่กลุ่มครูอัตราจ้าง ลูกจ้าง หรือลูกจ้างทั่วไป สามารถนำประสบการณ์ทำงานจากแท่งอื่นมานับรวมได้ไม่น้อยกว่า 3 ปี






