ที่กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นางดาวิกา ธัญญาวุฒิ ผู้ปกครองนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รายหนึ่ง พร้อมด้วย ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีบุตรชายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเล่นกันภายในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จนกระดูกแขนหัก ต้องเข้ารับการผ่าตัด ใส่เหล็กดาม และกายภาพบำบัดต่อเนื่องนานกว่า 5 เดือน โดยมีค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลประมาณ 200,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือข้อสรุปที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นางสาวดาวิกา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ โรงเรียนแจ้งว่าเป็นเพียงการเล่นกันของนักเรียน และระบุว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของโรงเรียน ให้ไปพูดคุยกับคู่กรณีเอง แต่คู่กรณีเป็นชาวต่างชาติ ทำให้ไม่สามารถติดต่อหรือพูดคุยได้โดยตรง จึงพยายามขอให้โรงเรียนช่วยประสานงาน แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ อีกทั้งโรงเรียนยังไม่มีกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียน จึงทำให้ครอบครัวรู้สึกว่าโรงเรียนไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัยเพียงพอ

ผู้ปกครองระบุอีกว่า แม้จะจ่ายค่าเทอมปีละเกือบ 200,000 บาท แต่สามารถเบิกประกันอุบัติเหตุของโรงเรียนได้เพียง 10,000 บาท ขณะที่ตลอดระยะเวลาการรักษา ทางโรงเรียนไม่เคยเข้าเยี่ยมหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ นอกจากนี้ ลูกชายยังได้รับผลกระทบทางการเรียนและสภาพจิตใจ ไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้ตามปกติ จนสุดท้ายครอบครัวจึงได้ตัดสินใจย้ายลูกออกจากโรงเรียนทั้ง 2 คน และเด็กยังติด “เอฟ”มาด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองเคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)และได้รับแจ้งว่าได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน และกำกับดูแลโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ แต่ผ่านมากว่า 3 เดือน กลับยังไม่มีความคืบหน้าหรือคำตอบที่ชัดเจน มีเพียงการแจ้งให้ “รอตามขั้นตอน”

ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ กล่าวว่า แม้กรณีดังกล่าวจะเป็นเรื่องเด็กทะเลาะกัน แต่ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สะท้อนถึงมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยเฉพาะเมื่อเด็กได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นกระดูกหัก แต่โรงเรียนกลับรับผิดชอบเพียงค่าประกัน 10,000 บาท ทั้งที่เก็บค่าเทอมสูงเกือบ 200,000 บาทต่อปี

“วันนี้เรามาขอความเป็นธรรม อยากถามว่าสถานศึกษาจะรับผิดชอบอย่างไร หากโรงเรียนไม่รับผิดชอบ กระทรวงศึกษาธิการจะช่วยเยียวยาแทนได้หรือไม่ เพราะเรื่องเด็กเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลต่ออนาคต แต่ทุกครั้งที่ผู้ปกครองออกมาทวงถาม กลับกลายเป็นฝ่ายต้องย้ายลูกหนีออกจากโรงเรียนเอง ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อเด็กและผู้ปกครอง” ทนายรณณรงค์ กล่าว พร้อมเรียกร้องให้ กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาตรการคุ้มครองผู้ปกครองและนักเรียนในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือข้อพิพาทภายในโรงเรียน เพื่อไม่ให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษา หรือถูกกดดันจนต้องย้ายออกจากสถานศึกษาเดิม ทั้งที่เป็นผู้เสียหายในเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองแล้ว  สช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการตรวจสอบข้อมูล แต่การดำเนินการต้องมีกระบวนการ เพราะการแก้ปัญหาต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงแล้วจะเร่งรัดให้โรงเรียนชี้แจงและตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งภายใน  2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี สช.จะต้องประสานกับทางศึกษาธิการจังหวัดชลบุรีในฐานะผู้อนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในจังหวัด และกำกับดูแลโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ เพื่อเข้าไปตรวจสอบด้วย

“เรื่องนี้ต้องดูข้อมูลเชิงลึกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสช.จะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด ผมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย  ที่สำคัญเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำ ว่า ผู้เรียน ครู และบุคลากรทุกคนจะต้องได้รับการปกป้อง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็กำลังดำเนินการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา อยู่”นายมณฑลกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here