เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา

นายประเสริฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานด้านการศึกษาทุกสังกัดในพื้นที่ และเน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout (TZD) โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ร่วมกันค้นหาและดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่การเรียนรู้ ผ่านรูปแบบการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ เอกชน และอาชีวศึกษา เพื่อให้เยาวชนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสมจนถึงระดับสูงสุดตามศักยภาพ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาเอกชน นั้น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลโรงเรียนเอกชนทุกประเภท ทั้งโรงเรียนเอกชน โรงเรียนปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) โดยยึดหลักวิชาการ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และจะเร่งบรรจุอัตรากำลังของ สช. ประจำศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.) ให้ครบทั้ง 37 อำเภอ จากปัจจุบันที่มีเจ้าหน้าที่ประจำแล้ว 27 อำเภอ เพื่อให้การกำกับดูแลและสนับสนุนสถานศึกษาเป็นไปอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการจะเร่งขยายโครงการพัฒนาศักยภาพครูในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน ทักษะดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ รวมทั้งเดินหน้าลดภาระงานด้านเอกสารและกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อคืนเวลาให้ครูได้ทำหน้าที่สอนและดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่

นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายสนับสนุนทุนการศึกษาและโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น พร้อมพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษาที่เชื่อมโยงการศึกษาทุกระบบ ทั้งโรงเรียนในระบบ โรงเรียนปอเนาะ และตาดีกา โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของแต่ละรูปแบบการศึกษา และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ ตนรู้สึกภาคภูมิใจที่เยาวชนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับทุนศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนในพื้นที่ หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าการดำเนินนโยบายทุกด้านจะยึดหลักความโปร่งใส รับฟังความคิดเห็นจากพื้นที่ และไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับสถานศึกษา

“ความสำเร็จของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความสำเร็จของประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้าร่วมกับทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด All for Education เพื่อสร้างโอกาส สร้างคุณภาพ และสร้างอนาคตให้กับเยาวชนไทยอย่างทั่วถึง” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งพัฒนารูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อจูงใจให้เด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ควบคู่กับการผลักดัน ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายได้ในอนาคต

ทั้งนี้  รมว.ศึกษาธิการได้แต่งตั้งผู้ช่วยด้านการศึกษาประจำ ศอ.บต. เพื่อทำงานร่วมกับโรงเรียนปอเนาะและตาดีกาอย่างใกล้ชิด และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษาของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้แนวคิด All for Education อย่างเป็นรูปธรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here