เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี มีกลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิงจากจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กรณีเด็กหญิงอายุ 11-15 ปี จำนวน 11 คน ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.5 – ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนกระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศ โดยการใช้มือล้วงจับหน้าอก ซึ่งบางคนถูกกระทำเกือบทุกวันตั้งแต่อยู่ชั้น ป.3 รวมแล้วเป็นร้อยครั้ง โดย ผอ.โรงเรียนจะทำทีเรียกเด็กไปตัดผม ทำงานบ้าน หรือ ลองเสื้อผ้าที่บ้านพักครูในโรงเรียน พร้อมข่มขู่จะตัดทุนการศึกษาหากนำเรื่องไปบอกคนอื่น อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผอ.โรงเรียน คนดังกล่าวได้ยื่นหนังสือลาออกแล้ว แต่พ่อแม่ผู้ปกครองจึงเกรงว่า จะเป็นการหนีความผิด และ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ขณะที่ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.อรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) และ ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งได้รับการประสานจากทางมูลนิธิฯได้เดินทางไปยังมูลนิธิฯ เพื่อร่วมประชุมด่วนและรับฟังข้อร้องเรียนจากกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียน และ ร่วมวางแนวทางช่วยเหลือรวมถึงดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนที่สุด
นายอัครนันท์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าวโดยทันที แม้เจ้าตัวจะยื่นลาออกตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม และใกล้เกษียณอายุราชการในอีก 2 เดือนก็ตาม โดยหากผลสอบพบว่ากระทำผิดจริง จะลงโทษสูงสุดคือ ไล่ออกจากราชการ ส่งผลให้หมดสิทธิได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ พร้อมกันนี้ ยังสั่งสอบวินัยครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนที่รับรู้เหตุการณ์แต่เพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้เสียหาย กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ส่งนักจิตวิทยาและทีมสหวิชาชีพเข้าดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กในระยะยาว ขณะที่คดีอาญา ศธ.และ สพฐ. จะสนับสนุนด้านกฎหมายแก่ครอบครัวผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าความผิดเป็นลักษณะต่างกรรมต่างวาระ มีโทษนับเป็นรายกระทง และยังย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ยอมให้ผู้กระทำผิดลอยนวลอยู่ในระบบการศึกษา พร้อมเดินหน้าปกป้องสิทธิเด็ก สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหายอย่างถึงที่สุด






