เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามใน ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา เพื่อยกระดับมาตรการป้องกัน ป้องปราม เฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง และบริหารจัดการความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา หลังเกิดเหตุความรุนแรงในสถานศึกษา โดยกำหนดให้สถานศึกษาดำเนินมาตรการอย่างเป็นระบบและบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หน่วยงานสาธารณสุข นักจิตวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)
โดยประกาศดังกล่าวกำหนดมาตรการสำคัญ 7 ด้าน โดยประเด็นแรก ให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย” เป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูล ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือปัญหาการเรียน การละเมิดสิทธิ ความรุนแรง ความขัดแย้ง และปัญหาสุขภาพจิต พร้อมเชื่อมโยงกับศูนย์ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา และลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมเลียนแบบ ด้านความปลอดภัยภายในโรงเรียน กำหนดให้ทุกแห่งจัดทำแผนรักษาความปลอดภัย แผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน ระบบติดต่อสื่อสาร และซักซ้อมแผนเป็นประจำ รวมถึงดูแลความปลอดภัยระหว่างการเดินทางไป-กลับ การฝึกงานและทัศนศึกษา ตลอดจนกำกับการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นของมีคมหรืออาจนำไปใช้ก่ออันตรายอย่างใกล้ชิด

อีกมาตรการสำคัญคือ ระบบดูแลสุขภาพจิต ให้สถานศึกษาประสานนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อคัดกรอง ให้คำปรึกษา บำบัด ฟื้นฟู และเยียวยานักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง หรือผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจ พร้อมพัฒนาครูแนะแนวและครูที่ปรึกษาให้สามารถปฐมพยาบาลทางใจและคัดกรองปัญหาเบื้องต้นได้ นอกจากนี้ให้สถานศึกษาประสานความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อัยการ แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมป้องกัน เฝ้าระวัง ฟื้นฟูและเยียวยา พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์หรือเยี่ยมเยียนการจัดการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสม

ส่วนมาตรการที่เข้มข้นที่สุด คือกำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งเป็น “เขตพื้นที่ปลอดภัย หรือ School Safety Zone” โดยห้ามนำหรือพกพาสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด อาทิ อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด สิ่งเทียมอาวุธปืน ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ สารระเหย เครื่องช็อตไฟฟ้า และสิ่งผิดกฎหมายอื่น รวมถึงห้ามนำของที่แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่มีความเสี่ยงต่อการใช้ก่อเหตุ เช่น อาวุธมีด ดาบ เหล็กขูดชาร์ป กรรไกร และคัตเตอร์ เข้ามาหรือใช้ภายในพื้นที่สถานศึกษาโดยไม่มีเหตุจำเป็น และผู้ที่จะเข้าสถานศึกษา ทั้งนักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และบุคคลภายนอก ต้องแสดงตนเพื่อลงทะเบียน และเปิดเผยสัมภาระหรือสิ่งของที่นำติดตัวมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและคัดกรองความปลอดภัย หากไม่ให้ความร่วมมือ สถานศึกษามีมาตรการแยกตรวจสอบ ประสานผู้ปกครอง ผู้บังคับบัญชา ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองได้ทันที ขณะที่บุคคลภายนอกที่ไม่ยินยอมให้ตรวจสอบ ห้ามเข้าสถานศึกษาเด็ดขาด

นอกจากนี้ ประกาศยังให้อำนาจสถานศึกษา หากเกิดภัยพิบัติสาธารณะหรือเหตุฉุกเฉินร้ายแรงที่กระทบต่อความปลอดภัย สามารถสั่งปิดสถานศึกษาได้ตามความจำเป็น และดำเนินมาตรการตามแผนรักษาความปลอดภัยทันที ขณะเดียวกัน ศธ.ยังเน้นมาตรการเชิงป้องกัน โดยให้โรงเรียนสร้างความตระหนักเรื่อง การแก้ปัญหาโดยสันติวิธี หลีกเลี่ยงความรุนแรง จัดการความขัดแย้งและควบคุมอารมณ์ ป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบและการประนีประนอม ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ซึ่งมาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังผลักดัน หลังเหตุความรุนแรงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยมีแนวทางยกระดับเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นประเด็นระดับชาติด้วย

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here