“สัมนาการณ์” เดินหน้ากำกับ ศธจ. 14 จังหวัดภาคใต้ เร่งนำนโยบาย รมว.ศึกษาธิการสู่การปฏิบัติ ติดตาม 15 โครงการสำคัญ ย้ำการศึกษาแต่ละพื้นที่ต้องตอบโจทย์เศรษฐกิจและตลาดแรงงาน มุ่งสร้างเด็ก “มีทักษะ–มีงานทำ–มีรายได้” พร้อมมอบ ศธจ.จัดอบรมการใช้ 14 แอปในโครงการ TH-AI Passport แก่บุคลากรการศึกษา เพื่อนำร่องขยายผลสู่ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์

IMG_9706-1024x768 “สัมนาการณ์” ลุย 14 จังหวัดใต้ ดันอาชีพตรงเศรษฐกิจ–สั่ง ศธจ.ปูพรมอบรม TH-AI Passportดร.สัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค 7 และรักษาการศึกษาธิการภาค 5 และภาค 6 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตาม กำกับ และดูแลการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม 2569 โดยระยะแรกลงพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ก่อนเตรียมลงพื้นที่อีก 8 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ภูเก็ต ตรัง พังงา กระบี่ ระนอง และสตูล ให้ครบทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้

IMG_9710-1024x683 “สัมนาการณ์” ลุย 14 จังหวัดใต้ ดันอาชีพตรงเศรษฐกิจ–สั่ง ศธจ.ปูพรมอบรม TH-AI Passportดร.สัมนาการณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งติดตามทั้งความก้าวหน้าของนโยบาย ปัญหาอุปสรรค การใช้จ่ายงบประมาณ และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยครอบคลุม 15 โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2569 อาทิ การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด การยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านกลไก กศจ. การพัฒนาปฐมวัย Thailand Zero Dropout, Innovation For Thai Education (IFTE), 1 อำเภอ 1 สถานศึกษาคุณภาพ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ตลอดจนโครงการด้านสถานศึกษาพอเพียงและสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน นอกจากนี้ ยังติดตามโครงการที่ ศธจ.ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อประเมินว่าทรัพยากรและงบประมาณที่ได้รับถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ครู สถานศึกษา และประชาชนอย่างคุ้มค่าเพียงใด

IMG_9707-1024x768 “สัมนาการณ์” ลุย 14 จังหวัดใต้ ดันอาชีพตรงเศรษฐกิจ–สั่ง ศธจ.ปูพรมอบรม TH-AI Passportดร.สัมนาการณ์ กล่าวว่า การติดตามทั้ง 15 โครงการต้องเชื่อมโยงตั้งแต่ “นโยบาย–แผน–งบประมาณ–การปฏิบัติ–ผลลัพธ์” ไม่ใช่เพียงทำโครงการให้แล้วเสร็จ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าผู้เรียนได้รับประโยชน์อะไร สถานศึกษาเปลี่ยนแปลงอย่างไร และสามารถแก้ปัญหาหรือสร้างโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ได้จริงหรือไม่ โดยหัวใจสำคัญคือ ต้องจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์พื้นที่และผู้เรียน ไม่ใช่จัดการศึกษาแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ต้องมองว่าพื้นที่ต้องการกำลังคนแบบใด เศรษฐกิจในพื้นที่มีทิศทางอย่างไร และสถานศึกษาจะพัฒนาทักษะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการเหล่านั้นได้อย่างไร โดยเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้ ให้เพิ่มน้ำหนักการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพที่นำไปใช้ได้จริง และสอดคล้องกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ ทั้งการเกษตร การท่องเที่ยว การบริการ การค้า การค้าชายแดน อุตสาหกรรม อาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และธุรกิจบริการยุคใหม่

IMG_9704-1024x683 “สัมนาการณ์” ลุย 14 จังหวัดใต้ ดันอาชีพตรงเศรษฐกิจ–สั่ง ศธจ.ปูพรมอบรม TH-AI Passport“สำหรับจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและบริการ ควรเร่งพัฒนาทักษะด้านการต้อนรับและบริการลูกค้า การเป็นเจ้าบ้านที่ดี การสื่อสารและให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว ภาษาต่างประเทศ เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยว ตลอดจนงานอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ที่พัก และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ขณะเดียวกันต้องนำอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งอาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน หัตถกรรม เกษตรแปรรูป การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ มาต่อยอดเป็นทักษะ อาชีพ และรายได้”ศธภ.7 กล่าวและว่า อีกภารกิจสำคัญ คือ การขับเคลื่อน TH-AI Passport โดย ดร.สัมนาการณ์ ได้มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดอบรมหลักสูตรการใช้ 14 แอปภายใต้โครงการ TH-AI Passport ให้ตัวแทนบุคลากรจากหน่วยงานการศึกษา เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนนำขยายผลไปยังสถานศึกษา ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ โครงการดังกล่าวจัดหา Generative AI ระดับ Pro/Premium จากผู้ให้บริการ 14 ราย รวม 24 โมเดล อาทิ Gemini, ChatGPT, Grok, Claude และ Typhoon ให้ผู้ได้รับสิทธิ์ใช้งานเป็นเวลา 12 เดือน โดยเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 31 สิงหาคม 2569

IMG_9703-1024x683 “สัมนาการณ์” ลุย 14 จังหวัดใต้ ดันอาชีพตรงเศรษฐกิจ–สั่ง ศธจ.ปูพรมอบรม TH-AI Passportดร.สัมนาการณ์ ย้ำว่า ผู้นำการศึกษาทุกระดับต้องทำงานเชิงรุก ใช้ข้อมูลเป็นฐาน และวัดความสำเร็จจากผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน โดยเฉพาะการสร้างทักษะที่นำไปประกอบอาชีพได้จริง เพื่อให้เด็กและเยาวชน “มีงานทำ มีรายได้ และเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของจังหวัด” ทั้งนี้ เป้าหมายของการลงพื้นที่จึงไม่ใช่เพียง “ติดตามงานให้ครบ” แต่ต้อง “ติดตามแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง” ตั้งแต่นโยบาย แผนงาน งบประมาณ ไปจนถึงห้องเรียนและทักษะของผู้เรียน เพื่อ “สร้างคนตรงงาน สร้างงานตรงเศรษฐกิจ” และสร้างโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here