เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงเหตุผลการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า จริง ๆ แล้ว ข้าราชการใน ศธ.มีความรู้ความสามารถเยอะ และในการแต่งตั้งครั้งนี้ก็คิดพอสมควร เพราะแต่ละคนเก่งคนละด้าน ก็ใช้หลักคิดหลายอย่าง ตามความเหมาะสม และคิดว่าจะขับเคลื่อนกระทรวงให้ไปสู่เป้าหมายได้  ส่วนกรณีการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ตอนนี้ขอรับข้อมูลบางเรื่องก่อน และจะนำเข้า ครม.ภายในเดือนกันยายน พร้อมจะมีการเสนอแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 10 แทนคนที่จะเกษียณอายุราชการด้วย หลังจากนั้นก็จะมีการสับเปลี่ยนระดับ 10 อีกรอบหนึ่ง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเหตุผลในการโยก ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี จากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา ว่า ไม่ได้เป็นการเก็บเข้ากรุ เพราะตำแหน่งระดับ 11 เท่าเดิม และ ศธ.มีระดับ 11 ถึง 4 คน ก็เป็นธรรมดาที่ต้องหมุนเวียนไป อีกอย่าง ดร.พิเชฐ เหลืออายุราชการอีกประมาณ 5 ปี ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องนั่งอยู่ที่ สพฐ.ตลอด  ส่วนการแต่งตั้ง รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เป็นปลัด ศธ.  และ ดร.ธนู ขวัญเดช เป็น เลขาธิการ กพฐ. เนื่องจากต้องการเร่งขับเคลื่อนภารกิจ ทั้งเรื่องการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมใหญ่ยูเนสโกด้านการศึกษาในปีหน้า การขับเคลื่อน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาซึ่งจะต้องมีการบูรณาร่วมกัน ทั้งการปรับโครงสร้างด้านดิจิทัลตามกำหนดเวลา การปรับโครงสร้างให้ทันกำหนดเวลา โดยในปี 2570 ศธ.จะนำระบบดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันมาใช้ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และคาดว่าจะทำให้มีงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อนำไปเพิ่มเป็นงบลงทุนได้ประมาณ 6-7%

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here