เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ครบรอบ 23 ปี โดยมี นายสมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. พร้อมด้วยผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วม โดย นายประเสริฐ กล่าวว่า สกสค.เป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลสวัสดิการ สวัสดิภาพ และศักดิ์ศรีของครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอด 23 ปีที่ผ่านมาได้ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังพบว่า ครูจำนวนมากต้องแบกรับภาระมากกว่างานสอน ทั้งงานเอกสาร ภาระหนี้สิน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับวิชาชีพ ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและกำลังใจในการทำงาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องที่ครูจะต้องแบกรับไว้โดยลำพัง ตนเข้าใจครูที่ทุ่มเทให้กับการสอน และในฐานะ รัฐมนตรีว่าการศธ. ขอให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้ ศธ.และ สกสค.ร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญคือการทบทวนและปรับโครงสร้างสวัสดิการ สำหรับสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาหนี้สินครู ควบคู่กับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของครู รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่ในห้องเรียนมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถส่งต่อพลังบวกให้กับเด็กได้ โดยหลายประเทศใช้การศึกษาเป็นรากฐานในการสร้างชาติ และสะท้อนให้เห็นว่าการทุ่มเททรัพยากรเพื่อพัฒนาครูเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่าประเทศไทยสามารถเดินไปในทิศทางนี้ได้ หากเริ่มต้นจากการดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของครูอย่างจริงจัง
“ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัญหาที่ครูจำนวนมากสะท้อนและขอให้เร่งแก้ไข คือ ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ เพราะภาระหนี้ส่งผลต่อกำลังใจและการดำรงชีวิตของครู โดยหลังจากผมมาทำงานมาระยะหนึ่ง ก็ได้เริ่มขับเคลื่อนการแก้ปัญหาแล้ว และเชื่อว่าจากนี้จะทยอยเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ผมอยากเห็น สกสค.ไม่ใช่เพียงสถานที่ให้บริการครู แต่เป็นสถานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและคุณภาพชีวิต จาก Welfare การดูแลสวัสดิการ ไปสู่ Wellbeing จากการการส่งเสริมคุณภาพชีวิตครูให้ดีขึ้น”นายประเสริฐกล่าวและว่า ขอฝาก 4 คำ ให้คณะกรรมการสกสค.และ สกสค.จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง เป็นเข็มทิศในการทำงาน ได้แก่ Care, Connect, Create และ Change
คำแรกคือ Care การดูแลครูด้วยหัวใจ เพราะ สกสค.เป็นตัวแทนของข้าราชการครูทั่วประเทศ ซึ่งมีสมาชิกร่วมกว่า 1 ล้านคน ทุกคนต้องการความรัก ความเข้าใจ และการทำงานที่คำนึงถึงประโยชน์ของครูเป็นสำคัญ คำที่สองคือ Connect การเชื่อมโยงทุกภาคส่วน สิ่งที่ สกสค.ดำเนินการในทุกกิจกรรมต้องทำให้สมาชิกได้รับรู้ มีความโปร่งใส และเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยความโปร่งใส คำที่สามคือ Create การสร้างบริการและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยยกตัวอย่างระบบการกู้เงินในอดีตที่ต้องมีผู้ค้ำประกัน 3 คน ซึ่งในอนาคตควรปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ หากมีวงเงินหรือหลักประกันที่ครอบคลุม ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาระให้ครูต้องหาคนมาค้ำประกัน และคำสุดท้ายคือ Change การเปลี่ยนแปลง โดย สกสค.ต้องกล้าที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันกับโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิดทั้งในกรอบและนอกกรอบไม่ใช่เรื่องผิด หากเป้าหมายคือการสร้างประโยชน์ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา
นายประเสริฐ กล่าวในตอนท้ายถึงความคืบหน้าการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.คนใหม่ว่า ขณะนี้มีผู้สมัครเข้ารับการสรรหาแล้วจำนวน 6 คน คาดว่าจะดำเนินการสรรหาแล้วเสร็จ และได้เลขาธิการ สกสค.คนใหม่ ภายในเดือนกันยายนนี้ หรือไม่เกินต้นเดือนตุลาคม





