เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 37/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. ดร.อรุณี จิรมหาศาล และ ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ ผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากร สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting
ดร.ธนู กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมผู้บริหาร สพฐ.นัดแรกในฐานะเลขาธิการ กพฐ. จึงได้มาพูดคุยและวางแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกับรองเลขาธิการ กพฐ. ผู้บริหารระดับสำนัก และผู้บริหารในเขตพื้นที่ทั่วประเทศ โดยภาพรวมเรามีกรอบการทำงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 5 เรื่องอยู่แล้ว ขณะเดียวกันงบประมาณก็ผ่านกระบวนการเรียบร้อยและเริ่มขับเคลื่อนได้แล้ว จึงต้องเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะงบลงทุนที่ได้รับจัดสรรมาเร็วและค่อนข้างเต็มวงเงิน เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามกรอบที่กำหนด
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า อีกเรื่องสำคัญคือ การเตรียมจัดทำนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570-2571 เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2571 โดยจะต้องจัดทำรายละเอียดและนำเสนอผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถนำไปขับเคลื่อนเป็นแนวทางการทำงานของ สพฐ. ในปีงบประมาณ 2571 ได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
ดร.ธนู กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ เรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในสถานศึกษาทั่วประเทศ ขณะนี้มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบกว่า 668 แห่ง ใน 48 เขตพื้นที่การศึกษา ครอบคลุม 22 จังหวัด และมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้ประสบภัย โดยจังหวัดที่มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ สมุทรปราการ 78 แห่ง สระแก้ว 68 แห่ง ปราจีนบุรี 66 แห่ง และปทุมธานี 59 แห่ง ซึ่ง สพฐ. จะติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการขับเคลื่อนตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ นั้น เราเน้นเรื่องการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในปีงบประมาณ 2570 จะมีการพัฒนาหลักสูตรสำหรับครูและบุคลากรด้าน AI รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย AI ไม่น้อยกว่า 100,000 คน และพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกประมาณ 50,000 คน รวมถึงการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาเพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนให้สอดคล้องกับการประเมิน PISA และเตรียมความพร้อมสู่ PISA 2029 ต่อไป
“อีกเรื่องที่เน้นย้ำคือ การคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก โดยจะลดและทบทวนโครงการที่ไม่จำเป็น รวมถึงบริหารอัตรากำลังให้เหมาะสม และเตรียมการสอบครูผู้ช่วยในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ ผมได้ตั้งคณะทำงาน 5 ด้าน เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานในปี 2570 ได้แก่ 1) AI เพื่อพัฒนาครูและการเรียนรู้ 2) แพลตฟอร์มดิจิทัลและข้อมูลแบบบูรณาการ 3) การยกระดับคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนขนาดเล็ก 4) การเตรียมผู้นำทางการศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ และ 5) การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเข้ามาร่วมให้ข้อเสนอแนะและขับเคลื่อนงานไปพร้อมกับสิ่งที่ สพฐ. ดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว






