เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศึกษาธิการ)เปิดเผยภายหลังการเป็นประธาน คลี่คลายความขัดแย้งระหว่าง อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ผู้ฝึกสอนและผู้ก่อตั้งชมรมฟุตบอล “แตงโม ยูไนเต็ด” กับ นายปิยราช สืบเชื้อวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังเกิดปัญหาความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จนทำให้โรงเรียนประกาศยกเลิก MOU และกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงการฟุตบอลเยาวชน
ล่าสุด นายอัครนันท์ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารือร่วมกัน โดยเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายโรงเรียนและชมรมฟุตบอลชี้แจงข้อเท็จจริง ปัญหา และข้อกังวล เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยยึดประโยชน์และความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ และไม่ต้องการให้ความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่ส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะกีฬาของเด็ก
นายอัครนันท์ กล่าวว่า ภายหลังการหารือ ทุกฝ่ายสามารถปรับความเข้าใจกันได้ และเห็นตรงกันว่าจะเดินหน้าความร่วมมือต่อ โดย จัดทำ MOU ฉบับใหม่ ให้มีรายละเอียดชัดเจน โปร่งใส และถูกต้องตามระเบียบราชการ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการทีม การนำนักเรียนออกนอกสถานศึกษา การใช้สถานที่ บุคลากรผู้ฝึกสอน ตลอดจนบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย เพื่อลดปัญหาการตีความและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเบื้องต้นกำหนดให้มี ระยะทดลองดำเนินงาน 6 เดือน พร้อมให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วยตรวจสอบรายละเอียดและติดตามผลตามตัวชี้วัดที่กำหนด ก่อนประเมินว่ารูปแบบความร่วมมือดังกล่าวสามารถเดินหน้าต่อและขยายผลได้หรือไม่ โดยคาดว่าจะสามารถจัดทำรายละเอียดและลงนาม MOU ฉบับใหม่ได้ในสัปดาห์หน้า
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ หากการดำเนินงานภายใต้กติกาใหม่ประสบผลสำเร็จ กระทรวงศึกษาธิการมีแนวคิดนำรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชมรมกีฬามาพัฒนาเป็น โมเดลต้นแบบสำหรับฟุตบอลนักเรียนและกีฬาเยาวชน เพื่อให้โรงเรียนอื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะการกำหนดกรอบการบริหารงบประมาณ การใช้สถานที่ การดูแลนักกีฬาเยาวชน และความรับผิดชอบของทุกฝ่ายให้มีมาตรฐานชัดเจน
อ.สกล กล่าวว่า จากนี้พร้อมยุติการกล่าวถึงความขัดแย้งที่ผ่านมา และมุ่งทำหน้าที่พัฒนาเด็กและเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล 7 สี ขณะที่ ผอ.พุทธิรังสีพิบูลยืนยันพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ภายใต้กฎ ระเบียบ และความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ
การหารือครั้งนี้จึงถือเป็นการปิดปมความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยมี นายอัครนันท์ ทำหน้าที่ “กาวใจ” ดึงทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เปลี่ยนจากความขัดแย้งสู่การวางกติกาใหม่ร่วมกัน พร้อมวางเป้าหมายให้ MOU ฉบับใหม่นำไปสู่รูปแบบความร่วมมือที่เป็นระบบ และอาจต่อยอดเป็นต้นแบบการพัฒนากีฬานักเรียนในระดับประเทศต่อไป






