เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการและตรวจเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี (สพป.)เขต 3 ในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติภารกิจช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการติดตามขับเคลื่อนศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการทำให้เด็กทุกคนรู้จักช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหาหรือได้รับความเดือดร้อน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในเดือนธันวาคม 2569 ตนมีแผนจะเดินทางกลับมาจังหวัดอุดรธานีอีกครั้ง เพื่อตรวจราชการอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมบรรยายและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และช่องทางการเข้าถึงศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียน โดยจะใช้ระบบออนไลน์เข้ามาเสริม เพื่อให้สามารถขยายการรับรู้ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากการลงพื้นที่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถเข้าถึงทุกโรงเรียนได้ ดังนั้น หน่วยงานระดับพื้นที่จะต้องเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องเพราะเราต้องทำให้เด็กนักเรียนรู้ว่าเมื่อมีปัญหาหรือได้รับความเดือดร้อน จะสามารถแจ้งเรื่องและขอความช่วยเหลือจากศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ได้อย่างไร โดยขณะนี้ได้มอบให้ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ออกหนังสือเวียนกำชับไปยังสถานศึกษาทุกแห่ง ให้จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์และติด QR Code สำหรับแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือไว้ภายในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงช่องทางดังกล่าวได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาช่องทางติดต่อหรือไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด

“การทำงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ต้องเปลี่ยนจากการทำงานเชิงรับเป็นเชิงรุก ไม่ใช่เพียงตั้งศูนย์ขึ้นมาแล้วรอให้เด็กหรือผู้ปกครองเข้ามาร้องเรียน แต่ต้องเข้าไปให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และทำให้เด็กเกิดความมั่นใจว่าจะมีหน่วยงานพร้อมรับฟังและช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหา รวมถึงต้องมีเครือข่ายภายในโรงเรียนร่วมกันเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไขปัญหาไม่เพียงพอ กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นต้องวางระบบป้องกันและบริหารจัดการปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก”นายอัครนันท์ กล่าวและว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้วางโครงสร้างศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ในหน่วยงานต่างๆ พร้อมจัดเตรียมอัตรากำลังและงบประมาณรองรับแล้ว โดยการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าการใช้งบประมาณที่จัดสรรลงไปในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญ คือ การทำให้ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เป็นระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ไม่ใช่นโยบายเฉพาะช่วงเวลาของรัฐมนตรีหรือรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง แต่ต้องสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต เพราะวันนี้เรามีศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ มีอัตรากำลังและงบประมาณแล้ว คำถามคือจะทำอย่างไรให้ระบบนี้อยู่ต่อไปได้ แม้วันหนึ่งนักการเมืองเปลี่ยน ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ก็ยังต้องอยู่ เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้เด็กทุกคนมีพื้นที่ปลอดภัย และได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

IMG_1949-300x212 “อัครนันท์” เตรียมลุยอุดรฯ ธ.ค.นี้ ตรวจราชการเต็มรูปแบบ นำทีมบรรยายสร้างความเข้าใจ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพฯ” สั่งทุกโรงเรียนติด QR Code เปิดทางร้องเรียนได้ทันที

IMG_1948-240x300 “อัครนันท์” เตรียมลุยอุดรฯ ธ.ค.นี้ ตรวจราชการเต็มรูปแบบ นำทีมบรรยายสร้างความเข้าใจ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพฯ” สั่งทุกโรงเรียนติด QR Code เปิดทางร้องเรียนได้ทันที
IMG 1948
IMG_1950-300x251 “อัครนันท์” เตรียมลุยอุดรฯ ธ.ค.นี้ ตรวจราชการเต็มรูปแบบ นำทีมบรรยายสร้างความเข้าใจ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพฯ” สั่งทุกโรงเรียนติด QR Code เปิดทางร้องเรียนได้ทันที
IMG 1950

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here