หน้าแรก บล็อก

สพป.กทม.จับมือ พว.” ผนึกกำลัง 31 โรงเรียน อบรมครูยุค AI ดัน Active Learning GPAS 5 Steps พลิกห้องเรียน

0912AF9A 2DAB 4B1B 8F1C D0AD22CBB46C
0912AF9A 2DAB 4B1B 8F1C D0AD22CBB46C

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ชมรมผู้บริหารโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งยกระดับศักยภาพ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู ให้สามารถจัดการเรียนรู้รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลและเทคโนโลยี AI โดยมีคุณภาพและสมรรถนะของผู้เรียนเป็นเป้าหมายสำคัญ และความร่วมมือจะเน้นการนำ Active Learning และกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ไปใช้จริงในห้องเรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา เรียนรู้ด้วยตนเอง นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ และสร้างผลงานหรือนวัตกรรมจากการลงมือปฏิบัติจริง

S__60760226_0-300x200 สพป.กทม.จับมือ พว.” ผนึกกำลัง 31 โรงเรียน อบรมครูยุค AI ดัน Active Learning GPAS 5 Steps พลิกห้องเรียน

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา ประธานการลงนาม MOU กล่าวถึงแนวทางการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการศึกษา ว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายให้ทุกส่วนราชการ องค์กรหลัก องค์กรในกำกับ เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ให้ความสำคัญกับ AI และนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ การขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.) ชมรมผู้บริหารโรงเรียน และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เพื่อพัฒนาผู้บริหารและครูยุคใหม่ให้สามารถใช้ AI ทั้งด้านการบริหารและการจัดการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิด “All for Education” เปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมยกระดับการศึกษา

เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า AI สามารถนำมาเชื่อมกับ Active Learning เพื่อสร้างห้องเรียนที่เด็กมีความสุขและมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ โดยครูต้องเปลี่ยนบทบาทเป็น “โค้ชและพี่เลี้ยง” กระตุ้นให้เด็กค้นคว้า ตั้งคำถาม และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ แต่ต้องย้ำว่า “AI ไม่ได้มาแทนครู แต่เป็นเครื่องมือช่วยครู” หัวใจสำคัญ คือ ต้องไม่ปล่อยให้เด็กใช้ AI เพียงเพื่อหาคำตอบ แต่ต้องฝึกให้ คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น สามารถนำข้อมูลจาก AI มาวิเคราะห์ ไตร่ตรอง ประเมินคุณค่า และประมวลผลด้วยตนเอง พร้อมปลูกฝังจริยธรรมและความรับผิดชอบ เพราะ AI เปรียบเสมือน “เหรียญสองด้าน” หากใช้ผิดทางอาจนำไปสู่การสร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ผิดกฎหมาย หรือสร้างความเสียหายต่อผู้อื่นได้ ดังนั้น การใช้ AI ในสถานศึกษาต้องอาศัยความร่วมมือของ ผู้บริหาร ครู และผู้ปกครอง โดยผู้บริหารต้องสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาการใช้ AI มีระบบนิเทศติดตาม ตลอดจนจัดเวที PLC แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอนวัตกรรม เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือยกระดับการเรียนรู้ พร้อมพัฒนาเด็กให้เป็นทั้ง คนดีและคนเก่งอย่างแท้จริง

S__60760225_0-300x200 สพป.กทม.จับมือ พว.” ผนึกกำลัง 31 โรงเรียน อบรมครูยุค AI ดัน Active Learning GPAS 5 Steps พลิกห้องเรียน

นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ รองประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมพัฒนาการศึกษาระหว่าง สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) สมาคมประถมศึกษา กทม. และโรงเรียนกว่า 31 แห่ง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดย พว. ได้นำวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดองค์ความรู้และนำเสนอนวัตกรรมด้าน AI ภายใต้แนวคิด “PW Plus” เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาทุกระดับทั่วประเทศ ตั้งแต่ ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ ให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ และนำเทคโนโลยีไปใช้ยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวไกลอย่างเป็นรูปธรรม

นายเกรียงศักดิ์ ยอดสาร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.)กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาไม่สามารถขับเคลื่อนโดยหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัย Partnership ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในระดับ Local Partnership และ Global Partnership เพื่อระดมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาร่วมพัฒนาการศึกษา การลงนาม MOU ครั้งนี้จึงมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครู ซึ่งเป็นกำลังหลักในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ ก่อนส่งต่อผลลัพธ์ไปถึงนักเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

นายวัชรวีร์ ธีระเดชโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนสายน้ำทิพย์ประธานชมรมผู้บริหารโรงเรียน กล่าวว่า การลงนาม MOU ต้องเป็น จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่จบอยู่เพียงบนกระดาษ ผู้บริหารและครูต้องนำสาระสำคัญจากความร่วมมือไปขับเคลื่อนให้เกิดผลจริงในห้องเรียน โดยเฉพาะผู้บริหารต้องปรับ Mindset จากการบริหารองค์กรเพียงอย่างเดียว สู่การเป็น ผู้นำการจัดการเรียนรู้และผู้นำการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนครูให้นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาผู้เรียนอย่างเหมาะสม  สำหรับปัญหาเด็กติดเทคโนโลยี สถานศึกษา ครู และผู้ปกครองต้องร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันทางเทคโนโลยีให้เด็กรู้จักเลือกใช้เท่าที่จำเป็น ใช้อย่างมีคุณภาพ รู้เท่าทัน และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ ไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีกลายเป็นผู้ควบคุมเด็ก

นางกมัยธร ไชยชาญยุทธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพญาไท  กล่าวว่า การลงนาม MOU กับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) มีประโยชน์อย่างมากต่อการนำ AI และเทคโนโลยีลงสู่ห้องเรียนอย่างเป็นระบบ โดยจุดเริ่มต้นสำคัญต้องพัฒนาผู้บริหารให้มี ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดสู่การพัฒนาครูและบุคลากร ก่อนเชื่อมโยง AI เข้ากับหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งการใช้ AI ต้องคำนึงถึง ความคุ้มค่า คุณธรรมและจริยธรรม ควบคู่กัน ไม่ปล่อยให้เด็กพึ่งพาหรือหมกมุ่นกับเทคโนโลยีมากเกินไป แต่ต้องมีการกำกับการใช้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสูตร เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพการศึกษา และช่วยเชื่อมโยงการศึกษาไทยสู่ระดับสากล

ดร.ภารดี ผางสง่า ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอมรินทราราม กล่าวว่า การทำ MOU ครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ ให้กับโรงเรียนในสังกัด สพป.กทม. โดยเฉพาะโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่วัด ซึ่งเดิมได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากร สื่อ วัสดุและอุปกรณ์จากวัดอยู่แล้ว เมื่อได้ พว. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านวิชาการ สื่อและหนังสือเรียนเข้ามาร่วม จึงช่วยเติมเต็มการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น สำหรับการรับมือกับ AI โรงเรียนให้ความสำคัญกับหลักการพัฒนาครูก่อนลงสู่เด็ก โดยมีการ Up-skill และ Re-skill ครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้เท่าทัน AI หลักสูตร และการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมพัฒนาครูทุก 4 เดือน โดยหลังจากทำ MOU คาดหวังว่า พว. จะเข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตรและองค์ความรู้สำหรับครูอย่างเป็นระบบ เป็นเครือข่ายวิชาการสนับสนุน 37 โรงเรียน ให้สามารถพัฒนาครูและนำเทคโนโลยีไปใช้กับผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อรักษาบทบาทการเป็นผู้นำทางวิชาการของประเทศต่อไป

พว.ปักธง Active Learning GPAS 5 Steps ยกระดับการศึกษาชายแดนใต้ สู่ต้นแบบประเทศ–ก้าวไกลระดับสากล

E9E57DC0 3D9F 4522 8127 B14F0A9DBE07
E9E57DC0 3D9F 4522 8127 B14F0A9DBE07

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดสงขลา นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานผ่านระบบออนไลน์เปิดโครงการ “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน” โดยสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผู้บริหารสถานศึกษา ครู เข้าร่วมกว่า กว่า 300 คนโดยเน้นการพัฒนาเด็กสงขลาให้เป็น “พลเมืองโลก” ที่ยึดแน่นในศาสนา พหุวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ เปิดกว้าง ด้านภาษาและเทคโนโลยี และสามารถอยู่ร่วมกับความแตกต่างได้

S__60743732_0-300x200 พว.ปักธง Active Learning GPAS 5 Steps ยกระดับการศึกษาชายแดนใต้ สู่ต้นแบบประเทศ–ก้าวไกลระดับสากล

นายอัครนันท์ กล่าวว่า โลกยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้การค้าและการทำงานไร้พรมแดน ซึ่ง ศธ.มีแนวคิดที่จะผลักดัน “การศึกษาเพื่อการมีงานทำ” วางแผนอาชีพตั้งแต่ในโรงเรียน ให้เด็กเรียนตรงกับทักษะที่ตลาดต้องการ ได้ฝึกประสบการณ์จริง และเชื่อมโยงการเรียนรู้กับศักยภาพเศรษฐกิจของพื้นที่ ซึ่งจังหวัดสงขลา มีต้นทุนเรื่องของทำเล ประตูสู่มาเลเซีย–อาเซียนและมีด่านการค้าสำคัญ, ทุนภาษา เด็กสามารถต่อยอดทั้งไทย มลายู อาหรับ อังกฤษและจีน, ทุนสินค้า โดยเฉพาะอาหารทะเลและอาหารฮาลาล และ ทุนความรู้–วัฒนธรรม จากสถาบันอุดมศึกษา เมืองเก่าสงขลาและวิถีพหุวัฒนธรรม ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวและอาชีพได้ ซึ่งการนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาสอนให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง และค้าขายอย่างซื่อสัตย์ เช่น สำรวจสินค้าชุมชน ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และทดลองขายออนไลน์เป็นภาษาต่างประเทศ เป็นต้น

S__60743731_0-300x225 พว.ปักธง Active Learning GPAS 5 Steps ยกระดับการศึกษาชายแดนใต้ สู่ต้นแบบประเทศ–ก้าวไกลระดับสากล

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในช่วง 5 วันที่ผ่านมาประสบความสำเร็จและได้รับผลเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้บริหารและครูวิชาการเครือข่ายโรงเรียนมุสลิมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการปฏิรูปและยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนต้นแบบของประเทศ และมุ่งสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้สามารถเทียบเคียงหรือก้าวล้ำประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ โดยสถาบัน พว. พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่  และในระยะถัดไปจะขยายผลการฝึกอบรมการจัดกิจกรรมเรียนรู้ไปยังกลุ่มครูผู้สอนทุกคนด้วย

“กระบวนการเรียนรู้ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps GPAS 5 Step ถือเป็นเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้มาตรฐานสากลที่มีพลังสูง ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการตกผลึกทางความคิดและติดตัวไปใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเรียนผ่านหลักสูตรใด หรือใช้ AI เข้ามาช่วยในการเรียนรู้ก็ตาม ซึ่งขณะนี้งานวิจัยกระบวนการเรียนรู้ที่ผมเป็นหัวหน้าคณะวิจัยได้รับการยอมรับ ชื่นชมในระดับนานาชาติและพร้อมนำเสนอในระดับสากล”ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า พว.มีแผนการขยายผลและเป้าหมายการใช้ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในอนาคต ในระยะเวลาประมาณ 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยเน้นการพัฒนาเชิงรุกในระดับองค์กรและเชิงระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การขยายผลไปยังหลายประเทศทั้งในแถบเอเชียและระดับนานาชาติที่เริ่มให้ความสนใจ และต้องการให้นำโมเดลกระบวนการเรียนรู้นี้ไปช่วยพัฒนาเป็นต้นแบบในประเทศของตน

S__60743691_0-300x225 พว.ปักธง Active Learning GPAS 5 Steps ยกระดับการศึกษาชายแดนใต้ สู่ต้นแบบประเทศ–ก้าวไกลระดับสากล

ดร.บุษรินทร์  นาคอุบล  ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชน จ.สงขลา กล่าวว่า โรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีบทบาทสำคัญในฐานะ “โรงเรียนทางเลือก” ดังนั้น คุณภาพการศึกษาต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าเรียน โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพครูและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการนำ Active Learning มาใช้ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยนห้องเรียนจากการสอนแบบเดิม ไปสู่การเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม ช่วยพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของนักเรียนให้สูงขึ้น สามารถแข่งขันและก้าวทันการศึกษาในยุคปัจจุบันได้ อย่างไรก็ตามการอบรมครั้งนี้ได้รับ การตอบรับจากโรงเรียนเอกชนเป็นอย่างดี หลายโรงเรียนต้องการส่งครูเข้าร่วมมากกว่าที่กำหนด สะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนต้องการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนการสอน พร้อมขอบคุณ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานและการอบรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ผอ.สช.จังหวัดสงขลา กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายสำคัญในระยะต่อไป คือทำให้การยกระดับคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ควบคู่กับบริบทของ สังคมพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้และคุณภาพ แต่ต้องทำให้เด็กต่างวัฒนธรรมสามารถเรียนรู้ เข้าใจกัน และ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคมสันติสุขด้วย

S__60743692_0-300x225 พว.ปักธง Active Learning GPAS 5 Steps ยกระดับการศึกษาชายแดนใต้ สู่ต้นแบบประเทศ–ก้าวไกลระดับสากล

นายรอเซ็ด  เบ็นแหละแหนะ นายกสมาคมตาดีกา จ.สงขลา รองประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ครูในยุคปัจจุบันต้องพัฒนาตนเองให้มีทักษะที่หลากหลาย และปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ควรเน้นการสอนภาคทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปิดโอกาสให้นักเรียน ได้ลงมือปฏิบัติจริงและเรียนรู้จากประสบการณ์ การเรียนการสอนแบบ Active Learning GPAS 5 Steps สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกกลุ่มสาระ ทั้งวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ และวิชาสามัญต่าง ๆ โดยครูต้องสามารถออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงความรู้กับการปฏิบัติ พร้อมพัฒนาผู้เรียนในหลายมิติ ทั้ง ทักษะการคิด การปฏิบัติ และการสื่อสาร ซึ่งตนเชื่อว่าการอบรมครั้งนี้จะช่วยให้ครูในจังหวัดสงขลาได้รับความรู้และแนวทางใหม่ ๆ เพื่อนำกลับไป ปรับใช้ในห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม และถ่ายทอดสู่ผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมขอบคุณ สถาบัน พว.ที่ให้โอกาสและสนับสนุนการพัฒนาครูในพื้นที่สงขลา

“อัครนันท์ – เกศทิพย์“ ส่ง “ครู สกร.” ทั่วประเทศ ช่วยประชาชนยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ย้ำไม่ปล่อยให้เสียสิทธิ์

839590033 1121338313803645 3576734682738591398 n
839590033 1121338313803645 3576734682738591398 n

IMG_1277-300x200 “อัครนันท์ - เกศทิพย์“ ส่ง “ครู สกร.” ทั่วประเทศ ช่วยประชาชนยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ย้ำไม่ปล่อยให้เสียสิทธิ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (ศพส.) ร่วมกับ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด สกร. ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชนในการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 9,000 บาท โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถยื่นคำร้องผ่านระบบด้วยตนเอง

IMG_1279-300x200 “อัครนันท์ - เกศทิพย์“ ส่ง “ครู สกร.” ทั่วประเทศ ช่วยประชาชนยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ย้ำไม่ปล่อยให้เสียสิทธิ์      นายอัครนันท์ กล่าวว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่ถนัดการใช้คอมพิวเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องด้วยตนเองได้ กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบหมายให้ สกร. และครู สกร. ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ ลงไปทำงานเชิงรุกในชุมชน เพื่อประสานและอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลและยื่นแบบคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือตามขั้นตอนของภาครัฐ

IMG_1283-300x200 “อัครนันท์ - เกศทิพย์“ ส่ง “ครู สกร.” ทั่วประเทศ ช่วยประชาชนยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ย้ำไม่ปล่อยให้เสียสิทธิ์      “เราต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเสียสิทธิ์ เพียงเพราะเขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น หรือไม่เข้าใจขั้นตอนการยื่นเอกสาร เพราะในวันที่ประชาชนกำลังลำบาก หน่วยงานรัฐต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขา โดย ดร.เกศทิพย์ ได้มีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ให้ครู สกร.ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือประชาชน โดยเน้นกลุ่มที่ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องผ่านระบบด้วยตนเอง เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้อย่างทั่วถึง” นายอัครนันท์ กล่าวและว่า บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีเพียงการจัดการเรียนการสอนหรือให้ความรู้เท่านั้น แต่ครูยังเป็นบุคลากรที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนและประชาชน สามารถช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังประสบความเดือดร้อน

IMG_1280-300x200 “อัครนันท์ - เกศทิพย์“ ส่ง “ครู สกร.” ทั่วประเทศ ช่วยประชาชนยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ย้ำไม่ปล่อยให้เสียสิทธิ์รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ดูแลประชาชนเฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องดูแลประชาชนในวันที่เขาเดือดร้อนด้วย เรามีครู สกร. อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากความรู้และกำลังของครูสามารถช่วยให้ประชาชนคนหนึ่งได้รับเงินเยียวยาที่เขามีสิทธิ์ได้รับ เราก็ควรใช้เครือข่ายของเราเข้าไปช่วยทันที การดำเนินการดังกล่าวจะเน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการใช้เทคโนโลยี และครัวเรือนที่ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นคำร้องและให้ประชาชนสามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้อย่างทั่วถึง

“อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

C968BDE7 29DB 4C80 9782 44E25DBADC84
C968BDE7 29DB 4C80 9782 44E25DBADC84

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดยะลา นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานผ่านระบบออนไลน์เปิดโครงการ “พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน” โดยสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ผู้บริหารสถานศึกษา ครู เข้าร่วมกว่า 200 คน

S__60653583_0-300x169 “อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

นายอัครนันท์ กล่าวว่า จังหวัดยะลามีต้นทุนสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษา โดยได้รับการยกให้เป็น “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ตั้งแต่ปี 2562 และในปี 2567 เทศบาลนครยะลาได้รับการรับรองเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก จึงมีทั้งประสบการณ์และศักยภาพที่จะต่อยอดไปสู่ “ยะลา เมืองนวัตกรรมทางการศึกษา”โดยห้องเรียนนวัตกรรม เปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ลงมือทำ และสร้างผลงานด้วยตนเอง สู่ โรงเรียนนวัตกรรม ขยายองค์ความรู้จากโรงเรียนนำร่องไปยังทุกโรงเรียน รวมถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และระดับสุดท้ายคือ “เมืองทั้งเมืองเป็นห้องเรียน” เชื่อมโรงเรียน ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ผู้นำศาสนา และชุมชนเข้ามาร่วมจัดการเรียนรู้

S__60653584_0-300x169 “อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

“Active Learning GPAS 5 Steps จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยนำโจทย์และทุนของพื้นที่มาเป็นฐานการเรียนรู้ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าฮาลา-บาลา การจัดการน้ำของเขื่อนบางลาง ตลอดจนภูมิปัญญาและภาษาท้องถิ่น ให้เด็กเก็บข้อมูล คิดวิเคราะห์ ออกแบบวิธีแก้ปัญหา ลงมือสร้างผลงาน และใช้สื่อดิจิทัลนำเสนอสู่สาธารณะ ดังนั้นเด็กยะลาจะไม่ได้เป็นเพียงผู้เรียนรู้นวัตกรรม แต่จะเป็น ผู้สร้างนวัตกรรมให้กับบ้านเกิดของตนเอง” นายอัครนันท์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการมองว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีจุดแข็งจากการผสานวิชาศาสนา วิชาสามัญ ภาษา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น หากนำ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จะสามารถพัฒนาเป็น “ยะลาโมเดล” และขยายผลสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่อื่นของประเทศได้

S__60653579_0-300x225 “อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รวบรวมข้อมูล คิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยพัฒนาทั้งคุณภาพการเรียนรู้ IQ และ EQ ของเด็ก ทั้งนี้ จังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่อง “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 จึงมองว่าการนำ GPAS 5 Steps มาใช้จะสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดยะลา และสามารถต่อยอดการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม

S__60653581_0-300x225 “อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

นายอามีน กะดะแซ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องนวัตกรรมโรงเรียนในสังกัด สช. ซึ่งการนำกระบวนการ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จะช่วยให้โรงเรียน นำแนวทางไปใช้จัดการเรียนรู้ในห้องเรียนได้จริง ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้ ครูเข้าใจวิธีจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อย่างแท้จริง เพราะการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษาต้องเริ่มจาก “ห้องเรียน” หากครูยังสอนด้วยวิธีเดิม ห้องเรียนไม่เปลี่ยน คุณภาพการศึกษาก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แต่หากครูสามารถปรับการสอนเป็นการเรียนรู้เชิงรุก เปิดโอกาสให้นักเรียน คิดและลงมือทำด้วยตนเอง จะทำให้ห้องเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

S__60653580_0-300x225 “อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

ดร.มูหัมมะริดวาน เล๊ะนุ๊ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดยะลา กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดยะลา ที่จะได้เรียนรู้แนวทางการจัดการศึกษาใหม่ ๆ และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือ เมื่อครูผ่านการอบรมแล้วจะสามารถนำความรู้กลับไป ปรับรูปแบบการเรียนการสอนในห้องเรียนให้ทันสมัยและเน้นผู้เรียนมากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนสูงสุด และช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สามารถจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ บริบท วัฒนธรรม และวิถีของศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งกระแสตอบรับจากการอบรมครั้งนี้ พบว่าผู้บริหารและครูในจังหวัดยะลาให้ความสนใจและตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมขอบคุณ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ที่ให้ความสำคัญ ลงพื้นที่ให้ความรู้และสนับสนุนด้านวิชาการแก่โรงเรียนเอกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดยะลาให้ดีขึ้นต่อไป

S__60653582_0-300x225 “อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่จัดกิจกรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้ความสนใจกับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะพื้นที่ภาคใต้มีทรัพยากรและต้นทุนทางเศรษฐกิจสูง ทั้งเกษตรกรรม ยางพารา ประมง พืชและอาหาร หากเด็กเข้าถึงนวัตกรรมและสามารถนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาต่อยอดสร้างมูลค่า จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้พื้นที่ได้ โดยมี การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญ

S__60670004-300x169 “อัครนันท์” ดัน “ยะลาโมเดล” เมืองนวัตกรรมการศึกษา “ศักดิ์สิน” ชี้นวัตกรรมต้องเกิดจริง ปั้นเด็กคิด–สร้างได้ตั้งแต่ ป.1ดันทั้งเมืองเป็นห้องเรียน ใช้ GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น–สร้างนวัตกรรม

“พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ไม่ควรเป็นเพียงการกำหนดพื้นที่หรือมีนวัตกรรมไว้แสดงผลงาน แต่ต้องทำให้นักเรียนทุกคนเข้าถึงกระบวนการสร้างนวัตกรรมได้จริง ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่1 ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย โดยหัวใจอยู่ที่การ เปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้จากการให้เด็กนั่งฟัง มาเป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กคิด ลงมือปฏิบัติ และสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง”ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า ทั้งนี้ จากประสบการณ์การทำงานพบว่า เมื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ครูจำนวนมากประหลาดใจ เพราะเด็กสามารถคิดได้ไกลและสร้างแนวคิดที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง สะท้อนว่าเด็กมีศักยภาพอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจไม่ได้รับโอกาสให้ใช้ความคิดอย่างเต็มที่ ดังนั้น การสร้างนวัตกรต้องเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ใช่สอนความรู้เพื่อรอให้เด็กนำไปใช้เมื่อโตขึ้น แต่ต้องให้เด็กนำความรู้มาใช้และสร้างความรู้ใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง กระบวนการคิดและสร้างนวัตกรรมจะตกผลึกเป็นนิสัยและเป็นตัวตนของเด็ก ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็นนวัตกรที่มีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในอนาคต และ จังหวัดยะลาสามารถเป็นโมเดลต้นแบบการขับเคลื่อน Active Learning และการสร้างนวัตกรรมจากตัวผู้เรียน ให้เด็ก “เรียนรู้จริง–ปฏิบัติจริง–คิดสร้างสรรค์จริง” และหากขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนในระยะเวลาไม่นาน

“วิทวัต” ลุยระยอง ติดตาม Fix it–จิตอาสา ระดมอาชีวะซ่อมบ้าน–เครื่องใช้ ช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

E9C5FAED BA07 46A0 BE86 A2501DEA8275
E9C5FAED BA07 46A0 BE86 A2501DEA8275

S__60645441_0-300x200 “วิทวัต” ลุยระยอง ติดตาม Fix it–จิตอาสา ระดมอาชีวะซ่อมบ้าน–เครื่องใช้ ช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายวิทวัต ปัญจมะวัต เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ตรวจเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย “Fix it – จิตอาสา” ของสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง เพื่อติดตามการช่วยเหลือประชาชน รับฟังปัญหาและความต้องการในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาที่ร่วมปฏิบัติงาน ตามนโยบายของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

S__60645443_0-300x200 “วิทวัต” ลุยระยอง ติดตาม Fix it–จิตอาสา ระดมอาชีวะซ่อมบ้าน–เครื่องใช้ ช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

นายวิทวัต กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมในระยองจะคลี่คลายและระดับน้ำลดลงแล้ว แต่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และเครื่องใช้ของประชาชนยังได้รับความเสียหายจำนวนมาก สอศ.จึงระดมทักษะวิชาชีพของนักเรียน นักศึกษา และครู ลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเฉพาะงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรวจระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซ่อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ เครื่องมือการเกษตร ตลอดจนซ่อมแซมบ้านเรือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

S__60645442_0-300x200 “วิทวัต” ลุยระยอง ติดตาม Fix it–จิตอาสา ระดมอาชีวะซ่อมบ้าน–เครื่องใช้ ช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เลขาธิการ กอศ. ได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการ 4 แห่ง ได้แก่ หมู่บ้านกรุงไทย วัดทับมา อาคารอเนกประสงค์สำนักงานเทศบาลตำบลน้ำคอก และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองตะพาน ซึ่งมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดร่วมรับผิดชอบให้บริการประชาชน พร้อมกล่าวย้ำว่า อาชีวศึกษาพร้อมนำ “ทักษะวิชาชีพ” มาเป็นพลังช่วยเหลือสังคม ไม่เฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม แต่พร้อมระดมกำลังบุคลากรและนักเรียน นักศึกษา เข้าช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติในทุกรูปแบบ พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่เสียสละร่วมปฏิบัติงานจิตอาสาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในครั้งนี้ด้วย

“พิเชฐ” กางกรอบขับเคลื่อนสภาการศึกษา เร่งแผนชาติ–มาตรฐานการศึกษา ดัน Credit Bank–พ.ร.บ.การศึกษา สู่การปฏิบัติ

IMG 1210
IMG 1210

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบทิศทางการขับเคลื่อนงานสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในการประชุมผู้บริหารและบุคลากร สกศ.ว่า ได้มีการกำหนดกรอบการทำงาน 18 ประเด็นสำคัญ โดยมุ่งให้ สกศ.ทำหน้าที่ด้านนโยบายการศึกษาของประเทศอย่างเข้มแข็ง เชื่อมงานวิจัย นโยบาย และการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ประเด็นสำคัญแรกคือ แผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันใช้มาครึ่งทางประมาณ 10 ปีแล้ว จึงต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้า ประเมินผลการดำเนินงานตามแผน และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไป ควบคู่กับการเร่งรัดติดตาม มาตรฐานการศึกษาของชาติ ที่นำเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมกำหนดแนวทางนำมาตรฐานลงสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ สร้างนวัตกรรม และสร้างพลเมืองที่เข้มแข็ง

เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำหรับด้านการศึกษาปฐมวัย จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของจังหวัดในการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนงบประมาณให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่งานวิจัยทางการศึกษา จะเน้นสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำผลงานวิจัยไปใช้จริง รวมถึงพัฒนาฐานข้อมูลด้านการวิจัยเพื่อเป็นฐานในการกำหนดนโยบาย

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า สกศ.จะผลักดันแนวคิด All For Education เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษา ทั้งด้านบุคลากรและทรัพยากร พร้อมเดินหน้า NQF และ Credit Bank โดยพัฒนากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ วางระบบธนาคารหน่วยกิต และสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสะสมผลการเรียนรู้จากหลากหลายช่องทาง และอีกภารกิจสำคัญคือ การขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนากฎหมายการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนปรับสูตรการคำนวณ เงินอุดหนุนรายหัว ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ และเสนอของบประมาณให้เพียงพอต่อการพัฒนาเด็ก

เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเตรียมจัดเวทีประชุมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผลักดัน Digital Office ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็วและประหยัดงบประมาณ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับ UNESCO และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน Learning City และ Creative City เพื่อพัฒนาเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้และเมืองแห่งการสร้างสรรค์ด้วย

“ผมจะให้น้ำหนักกับการลงพื้นที่ภาคสนาม เพื่อให้บุคลากรเห็นสภาพจริง นำข้อมูลจากงานวิจัยและพื้นที่ไปจัดทำนโยบายและแผน พร้อมผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายต่อคณะรัฐมนตรีให้เกิดผลบังคับใช้ รวมถึงจัดทำ Sandbox ทดลองรูปแบบการพัฒนา ก่อนนำผลการศึกษาและวิจัยไปขยายผลในวงกว้าง”ดร.พิเชฐกล่าวและว่า ส่วนการบริหารองค์กร จะเร่งการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาบุคลากรและหน่วยงานอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมความเข้มแข็งทางวิชาการ พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญกำลังใจ โดยย้ำว่า “คน” คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กร ทั้งนี้ 18 ทิศทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ สกศ.ที่จะขยับจากการศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงวิชาการ ไปสู่การเชื่อม “วิจัย–นโยบาย–การปฏิบัติ” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้ข้อเสนอด้านการศึกษาสามารถนำไปใช้และสร้างผลลัพธ์ต่อผู้เรียนและระบบการศึกษาของประเทศได้จริง

“ธนู” ประชุมผู้บริหาร สพฐ.นัดแรกหลังรับตำแหน่ง ย้ำกรอบทำงานตามนโยบาย รมว.ศธ. พร้อมเดินหน้า AI ยกระดับการศึกษา พร้อมคืนเวลาให้ครู-ลดเหลื่อมล้ำ-พัฒนาทักษะคิดขั้นสูง

IMG 1207
IMG 1207

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 37/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. ดร.อรุณี จิรมหาศาล และ ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ ผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากร สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

ดร.ธนู กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมผู้บริหาร สพฐ.นัดแรกในฐานะเลขาธิการ กพฐ. จึงได้มาพูดคุยและวางแนวทางการขับเคลื่อนงานร่วมกับรองเลขาธิการ กพฐ. ผู้บริหารระดับสำนัก และผู้บริหารในเขตพื้นที่ทั่วประเทศ โดยภาพรวมเรามีกรอบการทำงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 5 เรื่องอยู่แล้ว ขณะเดียวกันงบประมาณก็ผ่านกระบวนการเรียบร้อยและเริ่มขับเคลื่อนได้แล้ว จึงต้องเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะงบลงทุนที่ได้รับจัดสรรมาเร็วและค่อนข้างเต็มวงเงิน เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามกรอบที่กำหนด

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า อีกเรื่องสำคัญคือ การเตรียมจัดทำนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570-2571 เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2571 โดยจะต้องจัดทำรายละเอียดและนำเสนอผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถนำไปขับเคลื่อนเป็นแนวทางการทำงานของ สพฐ. ในปีงบประมาณ 2571 ได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

ดร.ธนู กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ เรื่องสถานการณ์น้ำท่วมในสถานศึกษาทั่วประเทศ ขณะนี้มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบกว่า 668 แห่ง ใน 48 เขตพื้นที่การศึกษา ครอบคลุม 22 จังหวัด และมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้ประสบภัย โดยจังหวัดที่มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ สมุทรปราการ 78 แห่ง สระแก้ว 68 แห่ง ปราจีนบุรี 66 แห่ง และปทุมธานี 59 แห่ง ซึ่ง สพฐ. จะติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการขับเคลื่อนตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ นั้น เราเน้นเรื่องการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความเป็นจริง โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในปีงบประมาณ 2570 จะมีการพัฒนาหลักสูตรสำหรับครูและบุคลากรด้าน AI รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย AI ไม่น้อยกว่า 100,000 คน และพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกประมาณ 50,000 คน รวมถึงการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาเพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนให้สอดคล้องกับการประเมิน PISA และเตรียมความพร้อมสู่ PISA 2029 ต่อไป

“อีกเรื่องที่เน้นย้ำคือ การคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก โดยจะลดและทบทวนโครงการที่ไม่จำเป็น รวมถึงบริหารอัตรากำลังให้เหมาะสม และเตรียมการสอบครูผู้ช่วยในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ ผมได้ตั้งคณะทำงาน 5 ด้าน เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานในปี 2570 ได้แก่ 1) AI เพื่อพัฒนาครูและการเรียนรู้ 2) แพลตฟอร์มดิจิทัลและข้อมูลแบบบูรณาการ 3) การยกระดับคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนขนาดเล็ก 4) การเตรียมผู้นำทางการศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ และ 5) การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเข้ามาร่วมให้ข้อเสนอแนะและขับเคลื่อนงานไปพร้อมกับสิ่งที่ สพฐ. ดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

“ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

0F212E29 BAB0 49E5 A229 94CB963C5649
0F212E29 BAB0 49E5 A229 94CB963C5649

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.)เป็นประธานเปิดการอบรมผ่านระบบออนไลน์โครงการ“พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีผู้บริหารการศึกษา ครู และเครือข่ายฯเข้าร่วมกว่า 500 คน

IMG_8993-300x200 “ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

นายอัครนันท์ กล่าวว่า คุณภาพของผู้เรียน เริ่มต้นที่คุณภาพของครู การนำ Active Learning ให้เกิดผลจริง ครูต้องมีเวลา มีกำลังใจ และมีความมั่นคงในชีวิต ศธ.จึงเดินหน้านโยบายดูแลครูอย่างเป็นรูปธรรม 4 เรื่องสำคัญ คือ 1.คืนเวลาให้ครู ตามแนวทาง “Work Smart” ทบทวนและยกเลิกโครงการ การประเมิน และงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนและจัดการเรียนการสอนมากขึ้น 2. ลดภาระหนี้สินครู โดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับธนาคารออมสินลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ครูและบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. 3. ดูแลสุขภาพครูเอกชน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ครูและบุคลากรที่เป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ของ สช. สามารถเข้ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเครือข่ายได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ผ่านระบบเบิกจ่ายตรงของ สปสช.และ 4. คุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของครู ผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ครูทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชนสามารถแจ้งความเดือดร้อนและขอความช่วยเหลือจากกระทรวงได้โดยตรงอย่างเท่าเทียม

S__60579920_0-300x225 “ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

นายอัครนันท์ กล่าวต่อไปว่า ทั้ง 4 มาตรการนี้ มีเป้าหมายเดียวกัน คือ คืนครูให้ห้องเรียน เพื่อให้ครูทำหน้าที่สำคัญที่สุดได้เต็มกำลัง คือการสอนและดูแลผู้เรียน ขณะที่กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จะช่วยให้ครูออกแบบการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ แบ่งปันแผนการสอนและสื่อดิจิทัลร่วมกัน ลดงานซ้ำซ้อน และมีเวลาดูแลเด็กแต่ละคนมากขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดปัตตานี เป็น ระเบียงแห่งทักษะ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลามมายาวนาน ครูจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโรงเรียน ครอบครัว ศาสนา และชุมชน พร้อมยืนยันว่า ศธ.จะยืนเคียงข้างครู และร่วมพัฒนาห้องเรียนเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้ผู้เรียน

S__60579921-300x225 “ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จ.สตูล นราธิวาส และ ปัตตานี ได้มีโอการพูดคุยรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริหารและครู พบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่ให้ความสนใจและมีความมุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนรู้ ปัญหาสำคัญที่พบไม่ต่างจากพื้นที่อื่นทั่วประเทศ คือ ครูจำนวนมากยังไม่เข้าใจหลักสูตรอย่างแท้จริง โดยมักเข้าใจว่าการสอนหนังสือให้จบเท่ากับสอนครบหลักสูตร ทั้งที่หลักสูตรมุ่งให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ การลงมือปฏิบัติ และกระบวนการคิด อย่างไรก็ตาม หลักสูตรแกนกลางให้ความสำคัญกับการประเมินตามสภาพจริง เพื่อดูพัฒนาการของผู้เรียนเป็นรายบุคคลจากระดับต่ำไปสู่ระดับสูง เป้าหมายคือเด็กทุกคนต้องได้รับการพัฒนา ไม่ใช่มุ่งวัดความสำเร็จจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว เพราะหากระบบการศึกษายังให้ความสำคัญกับการสอบมากเกินไป ครูจะกังวลเรื่องคะแนนและหันกลับไปใช้ Passive Learning เน้นอ่าน–ท่อง–จำ–สอบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงความจำระยะสั้น เรียนแล้วลืม แม้เด็กจะสอบได้คะแนนสูงก็ไม่ได้หมายความว่าเกิดความรู้ที่แท้จริง

S__60579919_0-300x225 “ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

“Content ไม่ใช่ Knowledge หน้าที่ของกระบวนการเรียนรู้คือทำให้เด็กสามารถนำ Content มาสร้างเป็น Knowledge ของตนเอง ผ่านการคิดและการลงมือทำ โดยใช้ GPAS 5 Steps เป็นกลไกช่วยพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ จนผู้เรียนเกิดความรู้ในระดับความคิดรวบยอดและหลักการ สามารถนำความรู้ไปใช้วิเคราะห์และแก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่ได้ ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาควรเริ่มจาก ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนก่อน แล้วจึงให้ความสำคัญกับการสอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น O-NET หรือ PISA เพราะหากเด็กมีความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจและอยู่ในความจำระยะยาว เด็กจะสามารถนำกระบวนการคิดไปวิเคราะห์โจทย์และแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องท่องจำหรือติวเพื่อสอบ”ดร.ศักดิ์สิน กล่าวและว่า ขอฝากถึงระดับนโยบายว่า กระทรวงศึกษาธิการควรวางลำดับการพัฒนาให้ชัดเจน เริ่มจากทำให้ครูเข้าใจหลักสูตร จัด Active Learning และประเมินตามสภาพจริงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทั่วประเทศก่อน เพื่อไม่ให้โรงเรียนสับสนระหว่าง “การพัฒนาผู้เรียน” กับ “การสอนเพื่อสอบ”ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาไทยหลุดจากกับดัก Passive Learning

S__60579917_0-300x225 “ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

ว่าที่ ร.ต.ดร.อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า การอบรม Active Learning ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน โดยเชื่อว่าหากนำ Active Learning มาใช้อย่างจริงจัง จะช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสถานศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรมและการอบรมจะไม่จบเพียงกิจกรรมครั้งเดียว แต่มีแผนติดตามผลและลงลึกในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้เห็นการเปลี่ยนโฉมภายใน 3 ปี นอกจากนี้ ยังมองถึงโอกาสต่อยอดในระดับนานาชาติ เนื่องจากพื้นที่มีความเชื่อมโยงทางการศึกษากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และกัมพูชา หากสามารถขับเคลื่อน Active Learning จนประสบผลสำเร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพของสถานศึกษาและสร้างโอกาสดึงดูดผู้เรียนจากต่างประเทศเข้ามาศึกษาในประเทศไทยได้มากขึ้น

S__60579916_0-300x225 “ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

ดร.มูฮัมมัด หะยีเต๊ะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนในระบบ จ.ปัตตานี กล่าวว่า ปัจจุบัน Active Learning เข้ามามีบทบาทต่อการจัดการศึกษามากขึ้น แต่โรงเรียนในพื้นที่ 3–5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่มีอยู่2 ระบบ ส่วนใหญ่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณและอุปกรณ์เทคโนโลยีที่จำเป็น ทำให้การนำ Active Learning มาใช้พัฒนาการเรียนการสอนยังทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากเรายังไม่ได้รับการอบรมเต็มรูปแบบ ดังนั้นการที่ พว.ลงพื้นที่อบรมและให้ความรู้แก่ครูในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ แม้อุปกรณ์อาจยังไม่พร้อม แต่ครูและโรงเรียนเริ่มมีแนวคิดและองค์ความรู้ที่จะนำไปต่อยอด พัฒนาการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้น มีความรู้และทักษะ สามารถแข่งขันกับนักเรียนทั่วประเทศได้

S__60579918_0-300x240 “ปักธง 3 ปี” พลิกห้องเรียนชายแดนใต้ใช้ GPAS 5 Steps ดัน Active Learning เชื่อมมาเลเซีย–อินโดฯ–กัมพูชา“อัครนันท์”ชู4มาตรการดูแลครู “ศักดิ์สิน” เตือนอย่าหลงคะแนนสอบ เด็กต้อง “คิดเป็น” ไม่ใช่แค่ “จำเก่ง”

นายมูหัมมัดนาสีรูดดิน เล๊ะนุ๊ รองประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนจังหวัดชายแดนใต้(จชต) ที่ปรึกษาสมาคมโรงเรียนเอกชนในระบบ จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การอบรม Active Learning ในจังหวัดปัตตานีถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาครูและการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่มีการจัดการศึกษาควบคู่ทั้งวิชาสามัญและศาสนา ทำให้นักเรียนมีเนื้อหาที่ต้องเรียนจำนวนมากแนวทาง Active Learning จะช่วยเปลี่ยนการเรียนจากการรับความรู้เพียงอย่างเดียว ไปสู่การฝึกให้นักเรียน คิด วิเคราะห์ และนำความรู้ไปปฏิบัติจริง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้ในศาสนาอิสลามที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักคิดและนำสิ่งที่เรียนไปใช้ในชีวิตจริง จึงมองว่าการอบรมครูครั้งนี้จะเป็น บันไดสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และสามารถต่อยอดขยายแนวทาง Active Learning ไปยังโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย เพื่อเพิ่มโอกาสและคุณภาพการเรียนรู้ให้กับเด็กในพื้นที่ได้ต่อไป

 

“ประเสริฐ” โพสต์เฟสส่งสารวันครูโลก ขอบคุณครูทั่วประเทศ ย้ำเดินหน้าสนับสนุนให้มีเวลาและพลังดูแลผู้เรียน

IMG 1068
IMG 1068

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ส่งสารเนื่องในวันครูโลก ผ่านFB ส่วนตัว ข้อความว่า ถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน

วันที่ 5 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันครูโลก ซึ่งจัดขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2537 เพื่อยกย่องบทบาทของครูทั่วโลก โดยวันนี้ยังเป็นวันครบรอบการรับรองข้อเสนอแนะร่วมขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ว่าด้วยสถานภาพครู เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2509 ซึ่งกล่าวถึงสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขในการทำงานของครู

ในโอกาสนี้ ผมขอส่งความระลึกถึงและกำลังใจไปยังครูทุกคน ผู้ทำหน้าที่มอบความรู้ ดูแลผู้เรียน และช่วยให้เด็กแต่ละคนได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง

ผมเข้าใจดีว่าการเป็นครูในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ครูต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ภาระงานและข้อจำกัดด้านทรัพยากร ตลอดจนความแตกต่างของผู้เรียนและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ความตั้งใจและความใส่ใจของครูยังเป็นพลังสำคัญที่ช่วยประคับประคองการเรียนรู้และสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชน

กระทรวงศึกษาธิการขอขอบคุณครูทุกคนสำหรับความทุ่มเท และมุ่งสนับสนุนให้ครูมีเครื่องมือและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน เพื่อให้มีเวลาและพลังในการดูแลผู้เรียนได้อย่างเต็มที่

ผมขออำนวยพรให้ครูทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขและกำลังใจในการทำงาน ได้เห็นความก้าวหน้าและความสำเร็จของลูกศิษย์ และได้รับความรัก ความเคารพ และการสนับสนุนที่สมกับคุณค่าของท่านครับ”

IMG_1070-205x300 “ประเสริฐ” โพสต์เฟสส่งสารวันครูโลก ขอบคุณครูทั่วประเทศ ย้ำเดินหน้าสนับสนุนให้มีเวลาและพลังดูแลผู้เรียน

 

“ธนู” ลงพื้นที่ราชบุรีเร่งช่วยโรงเรียนประสบภัยน้ำท่วม ย้ำความปลอดภัยนักเรียน–ครูเป็นสำคัญ

IMG 1064
IMG 1064

IMG_1055-300x200 “ธนู” ลงพื้นที่ราชบุรีเร่งช่วยโรงเรียนประสบภัยน้ำท่วม ย้ำความปลอดภัยนักเรียน–ครูเป็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมให้กำลังใจสถานศึกษา นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยโดยมี นางณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ นายอดิศักดิ์ ดงสิงห์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สพฐ. พร้อมผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและคณะทำงาน ร่วมลงพื้นที่

IMG_1057-300x200 “ธนู” ลงพื้นที่ราชบุรีเร่งช่วยโรงเรียนประสบภัยน้ำท่วม ย้ำความปลอดภัยนักเรียน–ครูเป็นสำคัญดร.ธนู กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ที่โรงเรียนวัดอรัญญิกาวาส อำเภอเมืองราชบุรี มีนักเรียน 27 คน โดยบ้านนักเรียนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้ง 27 คน โรงเรียนประกาศปิดเรียนระหว่างวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 ก่อนหน้านี้มีน้ำเข้าท่วมอาคารเรียน แต่ขณะนี้ระดับน้ำลดลงและไม่ท่วมอาคารแล้ว เหลือเพียงพื้นที่ภายในโรงเรียนบางส่วนที่ยังมีน้ำท่วม ทั้งนี้ โรงเรียนได้เปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันมีผู้เข้าพักประมาณ 90 คน ส่วนที่โรงเรียนวัดท่าโขลง อำเภอเมืองราชบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนวัดอรัญญิกาวาสประมาณ 3 กิโลเมตร โรงเรียนมีนักเรียน 43 คน และบ้านนักเรียนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้ง 43 คน โดยโรงเรียนปิดเรียนระหว่างวันที่ 30 กันยายน–9 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมาเคยมีน้ำเข้าท่วมอาคารเรียน แต่ปัจจุบันน้ำลดลงแล้ว เหลือพื้นที่บริเวณโรงเรียนที่ยังมีน้ำท่วม ทั้งนี้ โรงเรียนได้เปิดพื้นที่ภายในโรงเรียนให้ชุมชนใช้เป็นเส้นทางผ่าน เพื่อช่วยระบายน้ำลงสู่แม่น้ำแม่กลอง และที่โรงเรียนอนุบาลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง ซึ่งมีนักเรียน 246 คน และมีนักเรียนที่บ้านประสบภัยน้ำท่วม 114 คน โดยโรงเรียนประกาศปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2569 และขณะนี้เข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนแล้ว สถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำลดลง แต่ยังมีน้ำท่วมบริเวณโรงอาหาร ขณะที่อาคารเรียนมีน้ำปริ่มบริเวณบันได แต่ยังไม่ไหลเข้าภายในอาคารเรียน

IMG_1058-300x200 “ธนู” ลงพื้นที่ราชบุรีเร่งช่วยโรงเรียนประสบภัยน้ำท่วม ย้ำความปลอดภัยนักเรียน–ครูเป็นสำคัญเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ด้วยสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ขณะนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยสถานศึกษา นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงได้มอบหมาย สพฐ. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับมาตรการด้านความปลอดภัยและการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาติดตามระดับน้ำ ประเมินผลกระทบ และรายงานสถานการณ์เป็นรายวัน พร้อมพิจารณาปรับหรือหยุดการเรียนการสอนตามความเหมาะสม ดูแลความปลอดภัยของอาคารและการเดินทาง ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและความต้องการจำเป็นของนักเรียนและสถานศึกษา เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือด้านสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และการฟื้นฟูสถานศึกษาให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว

IMG_1061-300x200 “ธนู” ลงพื้นที่ราชบุรีเร่งช่วยโรงเรียนประสบภัยน้ำท่วม ย้ำความปลอดภัยนักเรียน–ครูเป็นสำคัญ“จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ประสบอุทกภัยในวันนี้ ได้เห็นถึงน้ำใจและความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายที่มาร่วมแรงร่วมใจกัน ต้องขอชื่นชมและขอบคุณผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และร่วมกันดูแลนักเรียน รวมถึงประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักเรียนและอาคารสถานที่อย่างเต็มกำลัง โอกาสนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยความราบรื่นและปลอดภัย สพฐ. พร้อมติดตามสถานการณ์และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนและทุกคนที่ได้รับผลกระทบจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายสู่ภาวะปกติ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว