เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) ครั้งที่ 5/2569 โดยมี ดร.พิเชฐร์ วันทอง, ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. ร่วมประชุม พร้อมผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์
ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนปลาย (ชั้น ป.4–6) พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นช่วงต่อยอดจากการวางรากฐานในระดับ ป.1–3 สู่การประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการดำเนินชีวิต โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้ทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณในการเรียนรู้และจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างพื้นฐานความเป็นพลเมืองที่รู้เท่าทันในทุกมิติ โดยหลักสูตรฯ ระดับ ป.4–6 มุ่งพัฒนาสมรรถนะสำคัญ 7 ด้าน ครอบคลุมภาษาและการสื่อสาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี สังคมและความเป็นพลเมือง เศรษฐกิจและการเงิน สุขภาพกายและสุขภาวะจิต รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรม ควบคู่คุณลักษณะอันพึงประสงค์ อาทิ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง และมีจิตสาธารณะ อย่างไรก็ตาม สำหรับการนำหลักสูตรไปใช้ในปีการศึกษา 2569 จะเริ่มในโรงเรียนที่มีความพร้อมและสมัครใจ ได้แก่ โรงเรียนกลุ่มวิจัย 231 แห่ง โรงเรียนกลุ่มเครือข่ายเดิม 4,152 แห่ง และโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายใหม่ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2569 เป็นต้นไป
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือการยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษา ผ่านการบูรณาการการประกันคุณภาพ มาตรฐานสากล และหลักสูตรสถานศึกษา โดยเฉพาะหลักสูตรเพื่อเตรียมสู่อาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนค้นหาความสนใจ ความถนัด และวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 จะมีการจัดสรรงบประมาณ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนิเทศติดตาม และการสรุปผลเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง
และในโอกาสเดียวกัน สพฐ. ได้รับมอบเสื้อนักเรียนจำนวน 10,000 ตัว ที่ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ภายใต้โครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” โดยได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งต่อไปยังโรงเรียนในสังกัด 100 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาภาระผู้ปกครองแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เด็กและเยาวชน สอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ สพฐ. เชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนนโยบายและความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน และสร้างสังคมที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป







