เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน อันเนื่องมาจากสงครามการสู้รบระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริการ-อิสราเอล โดยภาพรวมของการแก้ปัญหา ต้องรอมาตรการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในส่วนของ ศธ.ซึ่งจะมีการเปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคมนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานไปหารือถึงมาตรการลดภาระผู้ปกครอง ครู และนักเรียน เช่น การจัดธงฟ้าลดราคาชุดนักเรียน หรืออุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงมาตรการส่งเสริมการประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น อุปกรณ์การเรียนใดที่สามารถใช้ต่อได้ก็ให้ใช้ไปก่อน เป็นต้น
“การศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่ยังคงต้องรักษาคุณภาพการจัดการศึกษา ไว้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม นโยบายต่าง ๆ ยังคงเป็นไปตามที่รัฐบาลประกาศไว้ แต่ถ้า ครม.มีมติหรือมาตรการเพิ่มเติม ศธ.ก็พร้อมดำเนินการ อย่างไรก็ตามบริบทของกระทรวงศึกษาธิการจะเน้นให้ความสำคัญเรื่องการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ การประชุมวีนนี้จึงเป็นการเตรียมรับมือโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาข้อสรุปมาก่อน”นายประเสริฐกล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการ Work form home กับ Work form anywhere นั้น ก็ต้องรอฟังความชัดเจนจากรัฐบาลก่อน ส่วนเรื่องการเรียนออนไลน์นั้นก็เป็นหนึ่งในแนวคิด แต่ยังไม่เน้น เพราะจะเน้นเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนรวมถึงดูภาระของผู้ปกครอง ดังนั้นมาตรการที่ออกมาจะต้องลดภาระผู้ปกครองได้ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนมาตรการช่วยเหลือครูที่มีภาระหนี้สินนั้น ในภาพรวมยังไม่ได้มีการหารือ แต่การช่วยเหลือครูในเรื่องการจัดการเรียนการสอนนั้นก็ต้องไปดูรายละเอียด โดยการเรียนอาชีวศึกษาที่มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ถ้าไม่มีการเรียนออนไซด์ก็อาจจะได้รับผลกระทบ หรือ แม้แต่ระดับมัธยมศึกษาก็ยังต้องมีการทดลองปฏิบัติซึ่งก็ต้องเรียนออนไลน์เช่นกัน เพราะฉะนั้นต้องให้หน่วยงานไปฟังเสียงและพิจารณาหาข้อสรุปมา






