เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสูญเสียอย่างมาก โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ พยายามเข้าช่วยเหลือและปกป้องนักเรียนจนถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยล่าสุดมีครูเสียชีวิต 3 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน 1 คน และเจ้าหน้าที่ 1 คน รวม 5 คน โดยครูหลายคนได้วิ่งเข้าช่วยนักเรียนทันทีเมื่อได้ยินเสียงปืน จนถูกยิงระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายรายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และมีก่อเหตุอาการหนักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โดยทีมแพทย์ได้ช่วยเหลือชีวิต แต่ก็ไม่รอดชีวิต
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไป โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ถือเป็นโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง ระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับดี มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินและพื้นที่ส่วนกลางถึง 200 ตัว รวมถึงมีครูเวรดูแลประตูทางเข้าในช่วงเช้าตามมาตรการของโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นกรณีสุดวิสัย เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่เคยมีพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว เป็นคนเงียบ ๆ ประเด็นมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนโรงเรียนก็เข้มงวด อีกทั้งการนำอาวุธปืนซุกซ่อนมากับกระเป๋านักเรียนของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้แสดงพฤติกรรมผิดปกติจนเป็นที่สังเกต จนต้องมีการตรวจค้นกระเป๋านักเรียนทุกคนเป็นประจำ ทำให้สามารถนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ยังได้รับรายงานตอนหลังว่าก่อนมาโรงเรียนผู้ก่อเหตุได้ยิงปู่กับย่าเสียชีวิตแล้วด้วย
“ครู ผู้บริหาร และบุคลากรทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังแล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ สพฐ. จะต้องนำไปทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ในส่วนของการเยียวยา สพฐ. จะดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวตามระเบียบอย่างเต็มที่ พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ขอสดุดีคุณครูที่เสียสละปกป้องลูกศิษย์ และครูทุกคนทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เชื่อว่าคนไทยจะไม่ทอดทิ้งกัน และ สพฐ. จะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว






