เวลา 8.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ โดยกล่าว ตอนหนึ่งว่า เรามุ่งหวังให้เด็กเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีประสิทธิภาพในอนาคต มีความกตัญญู มีคุณธรรมจริยธรรม รู้หน้าที่ มีความรักความสามัคคี เป็นพลเมืองดีในสังคม จากที่ดูการแสดงของเด็กทำให้เราต้องสร้างความฝันของเด็กให้เป็นจริง และที่เด็กบอกว่า ผู้ใหญ่อย่าได้ทำลายความฝันของเด็ก เด็กๆ ก็ต้องอย่าทำลายความฝันของผู้ใหญ่ ของพ่อแม่ ต่างฝ่ายต้องรักษาความหวังความฝันของกันและกัน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นจริง เด็กๆต้องตั้งใจเล่าเรียน เชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำงานเพื่อสังคมและครอบครัว เพราะต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวในอนาคต มีความกตัญญรู้คุณพ่อแม่ รัฐบาลตั้งใจส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยให้มีความรู้คุณคุณธรรม  คุณธรรม คือ รู้ว่าอะไรดีเราก็ทำ อะไรไม่ดีเราก็ไม่ทำ สิ่งที่ไม่ดีคือสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเราอาจมีความสุขแต่คนอื่นเดือดร้อนนั่นคือสิ่งที่ไม่ดี การเป็นจิตอาสาตามพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงมุ่งหวังให้คนไทยมีจิตอาสา ทำเพื่อคนอื่น มีจิตสาธารณะ เผื่อแผ่แบ่งปัน ทำความสะอาดคลอง ลดการทิ้งขยะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย

นายกฯ กล่าวว่า อยากให้เด็กไทยทุกคนพัฒนาตนเอง คิดวิเคราะห์ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ทุกภาคส่วนของช่วยกัน อธิบายให้เด็กเข้าใจ ใช้ภาษาที่เด็กเข้าใจ เช่น คำว่า สะเต็ม คืออะไร ต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ คิดวิเคราะห์เป็น คนไทยคิดน้อย แต่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว  ทุกอย่างเข้ามาเร็ว  เราต้องรู้จักคิดสงสัย และวิเคราะห์ ฝรั่งรู้จักคิดจึงมาได้ถึงวันนี้ แต่เราก็ไม่ช้า เพราะเราจะทำเพราะการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นทั้งศาสตร์หรือความรู้ ศิลปะคือการนำไปใช้ เรียนแล้วต้องรู้จักสังเคราะห์และนำไปทำงาน  ซึ่งอย่าบอกว่าเรียนแล้วไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นการศึกษาเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้น ของทุกด้าน

“วันนี้หลายคนออกนอกระบบ เพราะมีความจำเป็น อาจจะต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วยจึงต้องออกไปหางานทำ จึงเรียนไม่ไหว รัฐบาลนี้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ทั้งการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย  ทุกอย่างต้องมีการประเมินคุณภาพให้ได้ และคนที่ออกไปแล้วจะทำอย่างไรให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาคืออะไร ผม เห็นความก้าวหน้าของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของ กศน. ผมเน้น กศน.  คือถ้าทุกคนมุ่งหวังให้ทุกคนเข้ามาในระบบด้วยการให้เงินไปเรียน เขาก็เรียนไม่ได้อยู่ดี เพราะเวลาเขาไม่มี ต้องดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วย ทำงานไม่ได้ ลูกก็ต้องออกมาทำงานเลี้ยงพ่อแม่ ปัญหาคือตรงนี้ นั่นคือความจำเป็นของเขา ไม่ใช่เหตุผลเดียวว่า ไม่มีเงินแล้วไม่เรียน ส่วนใหญ่คนที่หลุดไปนอกระบบการศึกษา จะไปอยู่ตามโรงงานต่างๆ  หรือทำงานที่โน่นที่นี่ จึงอยากให้ กศน.ขยายไป ตั้งเป้าไว้ในพื้นที่ที่มีโรงงาน จะหาเวลาหรือตรงไหนอย่างไรและให้สมัครเรียน และให้ กศน.ไปยกระดับ ความรู้ จากป.4 และเป็น ป.6 หรือสูงขึ้นไป วันข้างหน้าก็ให้สามารถต่อยอดกลับเข้ามาในระบบเมื่อเขามีกำลัง และรัฐบาลก็จะเข้าไปเสริม จะให้เหมาทั้งหมดก็ไม่ใช่ ตอนนี้มีหลายคนออกมาพูดว่า คนออกนอกระบบไป 5 ล้านคน จะให้หาเงินมาให้เรียนในระบบทั้งหมด เขามาไม่ได้หรอก นั่นเป็นการพูดสร้างความฝัน และความฝันก็ไม่สามารถเป็นจริง ซึ่งเรื่องนี้ กศน.และ กระทรวงศึกษาธิการ ทำอยู่แล้ว ขอฝากพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย วันนี้มีการพูดหลายอย่าง มันใช่เหตุผลจริง ๆ หรือเปล่า”นายกรัฐมนตรีกล่าว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินชมซุ้มต่างๆ และพูดคุยกับเด็กๆที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง โดยในซุ้มติวฟรี นั้น นายกฯได้สอบถามเด็กๆว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร โดยเด็กรายหนึ่งระบุว่า ต้องการเป็นนักเขียน พล.อ.ประยุทธ์ จึงให้ลองเขียนเรื่องเกี่ยวกับ พระอาทิตย์และท้องฟ้า โดยนายกฯได้เริ่มต้นให้ว่า “พระอาทิตย์ลับลงตรงปลายฟ้า” และต่อด้วย “มองหาจันทราอยู่ที่ไหนมองไม่เห็น” พร้อมกับแนะนำว่า ต้องคิดให้โรแมนติก จากนั้น นายกฯก็เดินเยี่ยมซุ้มห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ และเปิดการใช้อย่างเป็นทางการ  ถัดไปเป็นซุ้มสุภาพบุรุษสุทธิวราราม ซุ้ม13 หมูป่า:ผจญภัย ขุนน้ำนางนอน โดยมีตัวแทนหมูป่ามาร่วมงาน และถ่ายภาพกับนายกฯ

สภานักเรียนขอร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง

และเมื่อเวลา 10.15 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) นำคณะสภานักเรียนระดับประเทศ กว่า 200 คนเข้าพบ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เพื่อรับฟังโอวาทและมอบข้อเสนอของสภานักเรียนระดับประเทศ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562 เพื่อนำเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และศธ.นำไปประกอบการพิจารณาดำเนินการ

นายวีระพล ช่างไถ  นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม จ.ยโสธร ประธานสภานักเรียนระดับประเทศ ประจำปี 2562 กล่าวว่า สภานักเรียนจากทั่วประเทศได้หารือร่วมกันและมีข้อเสนอใน 3 ประเด็น คือ 1.การน้อมนำพระบรมราโชบาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยขอให้มีการปรับหลักสูตรสถานศึกษา เน้นให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีจิสำนึกดี กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ,สถานศึกษาจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบตัวตน ปรับกิจกรรมเรียนรู้ตามความต้องการเฉพาะบุคคล ส่งเสริมทักษะอาชีพ ทักษะความเป็นผู้ประกอบการ, ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองดี มีจิตอาสา โดยให้สภานักเรียนแต่ละโรงเรียน ปฏิบัติกิจกรรม “ทำความดีด้วยหัวใจกับ TSC” เผยแพร่ผ่าน สพฐ.

2.การส่งเสริมให้นักเรียนกล้าแสดงออกในทางที่ถูกและเหมาะสมในสถานศึกษา ชุมชนและสังคม โดยขอให้ส่งเสริมให้มีช่องทางในการแสดงออกทั้งในและนอกสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ เช่น จัดรายการวิทยุ ,สนับสนุนให้นักเรียนกล้าพูด กล้าแสดงออกตลอดจนนำเสนอเรื่องราวน่าสนใจต่อเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนในโรงเรียนและต่อสาธารณะชนอย่างหลากหลาย,ส่งเสริมให้มีเวทีในการแสดงออก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถด้านต่างๆได้แสดงอย่างเต็มความสามารถ,สนับสนุนการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่กิจกรรมที่เหมาะสม เช่น ผ่านเพจเฟซบุ๊ก (Facebook)การถ่ายทอดสดผ่านยูทูป (YouTube)

3.การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมประชาธิปไตยสู่การเลือกตั้ง โดยในระดับครอบครัว ส่งเสริมและปลูกฝังประชาธิปไตยภายในครอบครัว,ระดับโรงเรียน ให้ความรู้และสนับสนุนวิถีประชาธิปไตยภายในห้องเรียน ได้เรียนรู้ผ่านหลักธรรม 3 ประการ คือ คารวธรรม สามัคคีธรรม ปัญญาธรรม และนำไปปฏิบัตินอกห้องเรียน จัดอบรมและสนับสนุนให้นักเรียนเข้าใจขั้นตอนการเลือกตั้งและกระบวนการประชาธิปไตย เพื่อสามารถแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง และระดับสังคม ขอให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ส่งเสริม สนับสนุนสภานักเรียนในการดำเนินกิจกรรม เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ และสนับสนุนเครื่องลงคะแนนระบบอิเล็กทรอนิกส์กับสภานักเรียนของทุกโรงเรียนในการดำเนินกิจกรรมการเลือกตั้งในโรงเรียน ให้สภานักเรียนได้เข้าร่วมสังเกตการเลือกตั้งในระดับประเทศเพื่อเรียนรู้และซึมซับจากสถานการณ์จริง

ด้าน นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า สภานักเรียนไม่มีข้อเสนอหลายเรื่องที่น่าสนใจ ส่วนที่นักเรียนจะขอเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้ง จริงๆมีสิทธิเป็นผู้สังเกตการณ์ในฐานประชาชนอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้เข้าไปในคูหาโดยให้ ศธ.เป็นผู้จัดการให้คงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการจัดการเลือกตั้ง ครูและสถานศึกษาก็เป็นกำลังสำคัญอยู่แล้ว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here