วันนี้ (11 ก.พ.) ที่หอประชุมคุรุสภา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ได้จัดงาน”เดินหน้า สกสค.ครั้งที่1″โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยพล.อ.โกศล ปทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะเลขาธิการ สกสค. ผู้บริหารสกสค.จังหวัด ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โอกาสนี้ได้มอบโล่รางวัลให้แก่ ผู้ทำคุณประโยชน์ อาทิ พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธมฺมธโช) หรือ เจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นต้น

 นพ.ธีระเกียรติ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในปี 2558 พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 มีคำสั่งให้ยุติบทบาทของคณะกรรมการเลขาธิการคุรุสภา คณะกรรมการ สกสค. และคณะกรรมการองค์การค้าของ สกสค. เพราะมีปัญหาในการบริหารงาน นับแต่นั้นมาก็เริ่มมีการสะสางปัญหาทุจริตสำคัญๆ ใน สกสค.หลายเรื่อง และเวลานี้ไปสิ้นสุดที่กระบวนการของศาล เช่น กรณีการซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินบริษัท บิลเลียนอินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 2,500 ล้านบาท เป็นต้น มาในยุคนี้ปัจจุบันมีการดำเนินการเรื่องปัญหาหนี้สินครู โดยเจรจากับธนาคารออมสินยกเลิกการหักเงินส่วนต่างของดอกเบี้ย 0.5-1% โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา กรณีคู่สมรส ที่เดิมหักเข้ากองทุนสนับสนุนพิเศษ ช.พ.ค. คืนให้แก่ครูที่มีวินัยทางการเงินดีเพื่อเป็นการลดอัตราดอกเบี้ย มีครูได้รับประโยชน์แล้วกว่า 3.9 แสนคน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ต่อมา ตนได้ตัดสินใจคุยกับธนาคารออมสิน ทำให้รู้ว่าธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL 18%จากหนี้สินครูกว่าแสนล้านบาท จากข้อตกลงเดิมในอดีตว่า สกสค.จะหักเงิน 0.5-1% ขึ้นอยู่กับโครงการฯ แต่ปรากฎว่าเกิดปรากฎการณ์ชักดาบ และตกลงว่าหากมีผู้กู้ไม่ชำระเงินกู้ติดต่อกันต่อเนื่อง 3 เดือนไม่ให้เกิด NPL ธนาคารสามารถหักเงินส่วนนี้คืน จนกระทั่งมีการสะสมคนไม่จ่ายหนี้ติดกันจนธนาคารหักไปสูงกว่า หมื่นล้านบาท และธนาคารออมสินก็ทยอยคืน อย่างไรก็ตาม การที่ให้หักเงินส่วนนี้คืนแก่ครูที่มีวินัยดีนำไปลดอัตราดอกเบี้ยก็พบว่า  NPL จาก 18% เหลือเพียง 0.5% เท่านั้น ซึ่งธนาคารบอกว่าถ้าไม่คืนธนาคารจะล้ม กระทรวงการคลังต้องควักเงินระเนระนาด ดังนั้น ครูทั้งหลายช่วยให้ธนาคารอยู่รอด ทั้งที่เขาให้เรากู้ ส่วนเรื่องการทำประกันชีวิตได้มอบหมายให้ดำเนินการใหม่ คาดว่าจะมีรูปแบบที่ดีขึ้น เพราะเดิมเป็นประกันที่แพง ค่าคอมมิชชันมาก หลายอย่างไม่เหมาะสม ทั้งนี้ หากได้เงินส่วนนี้กลับมาจะมีเงินมาทำเรื่องสวัสดิการจริงๆ และ สกสค.มีศักยภาพเยอะหากไม่ซี้ซั้วลงทุน เงินนั้นจะออกดอกผลช่วยทำให้เราเป็นบุคลากรทางวิชาชีพที่ดีกว่าวิชาชีพอื่นๆ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเรื่องการออกข้อบังคับต่างๆ ที่ออกกันเองจำนวนมาก รวมถึงเรื่องระบบการเงินที่ขาดความชัดเจน จนกระทั่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ องค์กรบัญชีเอกชน ปฏิเสธที่จะตรวจสอบเพราะไม่สามารถตรวจสอบได้

“สกสค.คือแดนสนธยา จะอย่างไรนั้นทุกคนก็เห็น ผมไม่อยากพูดมากกว่านี้ แต่ก็ได้พยายามเน้นย้ำการทำงานโปร่งใส ไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต และผมจะประสานกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มาช่วยตรวจสอบข้อบังคับต่างๆด้วย ส่วนการแต่งตั้งเลขาธิการ สกสค.ตัวจริงนั้น ตั้งใจอยากให้มีการสรรหาและไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา โดยอยากจะทำให้เป็นสากล เปิดกว้างเลือกคนที่มีประสบการณ์ ซื่อสัตย์สุจริตและทำงานเต็มเวลา”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here