เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ได้จัดประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(บอร์ด.สอศ.) ครั้งที่ 1/2569 และออนไลน์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังหน่วยงานและสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายในการขับเคลื่อนการอาชีวศึกษา
ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า อาจารย์ขอฝากบอร์ด.สอศ.ชุดใหม่ ซึ่งเป็นเสมือนสุดยอดฝีมือ ที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ และประสบการณ์ ครอบคลุมในหลาย ๆ มิติ ที่จะมาร่วมขับเคลื่อนและผลักดันอาชีวะให้นำพาประเทศไปสู่ระดับนานาชาติ ทั้งนี้ที่ผ่านมาอาจารย์ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปพบปะน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาอาชีวะ ทำให้เห็นถึงความภาคภูมิใจของพวกเขาที่ได้เลือกเรียนสายอาชีวศึกษาในสาขาต่าง ๆ จะเห็นได้จากแววตาที่เป็นประกาย มีความหวังในเส้นทางอาชีพและอนาคตของตัวเอง จึงขอฝากให้ทุกท่านลงพื้นที่ไปดูบริบท ความต้องการแรงงาน และศักยภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน มีอัตลักษณ์โดดเด่นกันคนละแบบ หากเป็นไปได้ขอให้ลงไปดูให้เห็นก่อนที่จะออกแนวทาง/นโยบายอะไรออกมา ก็จะช่วยให้อาชีวะนอกจากจะผลิตกำลังคนให้กับประเทศแล้ว ยังตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน สังคม เป็นการสืบสานอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ได้ด้วย
ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ก็ขอให้ร่วมกันผลักดันเรื่องสำคัญ ๆ ในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น บุคลากรที่จะเป็นต้นทางของการผลิตเด็กและเยาวชนของเราไปสู่โลกของการทำงาน จากเดิมที่เคยเน้นไปที่ตัวเด็กเพียงอย่างเดียว ขอให้ส่งเสริมครู อาจารย์ และบุคลากร ได้รับการพัฒนาทั้งด้านทักษะ สมรรถนะที่เท่าทันโลก รวมทั้งสวัสดิการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการอาชีวศึกษา เช่น การพัฒนาทักษะต่าง ๆ การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรับเพิ่มทางเลือกการขอวิทยฐานะ เป็น 3 ช่องทาง คืองานวิจัย นวัตกรรม และรางวัลระดับชาติและระดับนานาชาติ ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา( ก.ค.ศ.) รับรอง ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าครูอาชีวะได้ร่วมสร้างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในการจัดการเรียนสอน ในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งฝึกเด็กและเยาวชนไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ จนได้รับรางวัลมาแล้วหลายรางวัล สมกับคำว่า “เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” อย่างไรก็ตาม นอกจากการยกระดับครูและบุคลากรอาชีวศึกษา การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเท่าทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยการเรียนแบบ Active Learning เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงแล้ว ต้องเน้นให้พวกเขาได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง เพื่อให้จบไปเป็นบัณฑิตที่มีความพร้อม ทั้งทักษะอาชีพและทักษะชีวิตที่สามารถนำไปใช้ในการทำงาน และสิ่งที่ละเลยไม่ได้คือ ขอฝากเด็กพิเศษ ที่เข้ามาเรียนกับอาชีวศึกษาด้วย ขอให้ช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาทักษะความสามารถที่สอดคล้องกับทักษะที่เขามีอยู่ในตัวเอง เพื่อให้เขาหาเลี้ยงชีพเองได้อย่างสมศักดิ์ศรี และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข







