เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดประชุมวิชาการ“โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569”ภายใต้แนวคิด “13 ปี พระเมตตา สร้างป่า  สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง”ระหว่างวันที่ 30 – 31 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฯ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยในทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมจากการถูกบุกรุกและทำไร่เลื่อนลอย โดยทรงมีพระราชดำรัส ณ ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน เมื่อปี 2555 ความตอนหนึ่งว่า ป่านี้เป็นสมบัติของชุมชน ของชาติของเราของคนพื้นที่ เป็นของชาวบ้าน ต้องรักษาไว้เป็นของลูกหลาน ต้องปลูกป่าเลยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ชาวบ้านพยายามจะคิดหาพืชใหม่ที่มีราคาแพง แดดไม่กลัวระหว่างที่ปลูกให้ชาวบ้านมีรายได้จริงๆ…” จากการน้อมนำแนวทางดังกล่าว กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้บูรณาการร่วมกับกรมป่าไม้ และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนโครงการมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นหน่วยงานนำร่อง และขยายผลจนครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน ตาก แม่ฮ่องสอน และเลย รวม 38 อำเภอ ปัจจุบันมีเกษตรกรร่วมโครงการกว่า  62,000 ครัวเรือน โดยการจัดงานในปีนี้ สกร.ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สกร.จัดงานประชุมดังกล่าว เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานในการประชุม

 อธิบดี สกร. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน พร้อมทั้งมุ่งเน้นการ สร้างองค์ความรู้และทักษะ ให้แก่เกษตรกรสมาชิกได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการปลูกและบำรุงรักษาไม้ป่าและไม้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมุ่งหวังที่จะปลูกจิตสำนึกรักผืนป่า เพื่อให้ราษฎรสามารถอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างเกื้อกูล โดยสามารถสร้างรายได้เสริมผ่านกระบวนการกลุ่มในระหว่างการดูแลรักษาป่า ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยเฉพาะครู สกร. ให้มีความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินการ ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมการปกครอง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รวมทั้งหน่วยงานสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน โดย สกร.มุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการนี้เพื่อสนองงานพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุข และสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อป่าที่สมบูรณ์และชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การจัดประชุมวิชาการโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ ประจำปี 2569“13 ปี พระเมตตา สร้างป่า สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง” ระหว่างวันที่ 30 – 31 มกราคม 2569 ในครั้งนี้ คาดว่ามีผู้จะมีผู้เข้าร่วมกว่า 850 คน ประกอบด้วยเกษตรกรจากพื้นที่ 5 จังหวัดเป้าหมาย ผู้บริหาร และครูสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมุ่งหวังผลลัพธ์ให้ครูและเกษตรกรไม่เพียงแต่มีความรู้ในการอนุรักษ์ป่าเพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ทำกินเพิ่มเติม แต่ยังต้องสามารถสร้างรายได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านการจัดตั้งกลุ่มอาชีพที่เข้มแข็ง  กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย วีดิทัศน์เทิดพระเกียรติ การนำเสนอผลงานของสมาชิกโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ที่มีแนวปฏิบัติที่ดี และครูที่ปฏิบัติงานที่ดี  เป็นต้นแบบ การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากสมาชิกโครงการ และหน่วยงานเอกชน  ตลอดจนการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กรมป่าไม้ หน่วยงานเอกชน และการจัดกาดนัด  พร้อมกันนี้ยังมีการนำเสนอและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ           7 รอบ พระชนมพรรษา ฯ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกและหน่วยงานร่วม รวมทั้งเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการรักษาป่า ฟื้นฟูป่าขององค์ประธาน ให้เป็นที่ประจักษ์ โดยทั่วกัน

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments