เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติชะลอการพิจารณา ย้ายครู ผ่านระบบ TRS (Teacher Rotation System) ไว้ก่อน เพื่อปรับปรุงระบบให้มีความสมบูรณ์และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขอแปรงบประมาณ เนื่องจากตอนที่ตนเข้ามารับตำแหน่งสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้เขียนคำขอไว้หมดแล้ว จึงไม่มีงบฯมาดำเนินการในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การย้ายครูเดินหน้าต่อไปได้ ระหว่างนี้ให้กลับไปใช้ ว18/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปพลางก่อน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ทั้งนี้ การย้ายผ่านระบบ TRS กำหนดไว้ 2 รอบ/ปี รอบแรก เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม และรอบที่สองระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ซึ่งผู้ที่ยื่นขอย้ายในปี 2568 จึงไม่มีการค้างท่อ และได้ดำเนินการพิจารณาคำขอย้ายเรียบร้อยแล้ว
“การย้ายครูด้วยนระบบTRS เป็นระบบที่ดี เพียงแต่ ระบบอาจจะยังไม่เสถียร และยังพบปัญหาข้อบกพร่องหลายส่วน อาทิ การอนุมัติจากผู้บริหารสถานศึกษา มีความล่าช้า เนื่องจากเป็นการยื่นขอย้ายผ่านระบบTRS หากผู้บริหารสถานศึกษา ไม่เข้าระบบเพื่ออนุมัติคำขอย้าย รายชื่อก็จะไม่ถูกส่งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทำให้เกิดข้อร้องเรียน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ก.ค.ศ.จึงต้องมาปรับระบบใหม่ โดยอาจจะกำหนดระยะเวลา หากผู้บริหารสถานศึกษา(ผู้อำนวยการโรงเรียน) ไม่เข้ามาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ คำขอย้ายภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่า เห็นชอบโดยอัตโนมัติ และให้ส่งรายชื่อไปที่เขตพื้นที่ฯพิจารณาทันที โดยผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่สามารถมีข้อโต้แย้งได้ในภายหลัง”เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว
ดร.ธนู กล่าวอีกว่า การจัดทำระบบดังกล่าวที่จะนำมาใช้กับครูทั่วประเทศ จำเป็นต้องใช้งบประมาณ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหางบประมาณ เพื่อนำมาแปรงบใช้ในการปรับระบบ และการจัดทำระบบTRS ครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย แต่นำมาใช้ทันที จึงพบว่า มีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และเห็นต่าง ซึ่งคงต้องรับฟังทั้งสองส่วน เพื่อทำให้ตัวระบบมีความเสถียร รวมถึงแก้ปัญหาในเรื่องของการย้ายต่อเนื่อง ซึ่งระบบTRS อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ เช่น เมื่อมีการย้ายเกิดขึ้น ส่งผลให้มีตำแหน่งว่าง แต่ระบบTRS กำหนดให้ต้องประกาศตำแหน่งว่างในรอบถัดไป จึงจะเปิดให้ยื่นขอย้ายได้ ทำให้โรงเรียนมีปัญหาเรื่องบุคลากร ไม่สามารถย้ายเข้าต่อเนื่องได้ทันที แต่ การใช้ ว18 สามารถ ขอย้ายต่อเนื่องได้ทันที ดังนั้น จึงคิดว่า ต้องแก้ในส่วนนี้เพื่อให้การย้ายเกิดความต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคคลากรด้วย







