เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในฐานะคณะรัฐมนตรีชุดที่ 66 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 32 ของประเทศไทย เป็นผู้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9 – 10 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ

นายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงนโยบายด้านสังคม โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา “เรียนฟรีจริง เรียนฟรีมีงานทำและเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย

– พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงเพื่อเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ในแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยมีโอกาสได้เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลาและเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ให้ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนากลุ่มคนที่มีศักยภาพสูงเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนของครู ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ ให้อิสระในการบริหารจัดการการเรียนรู้แก่สถานศึกษาได้ตามความพร้อมของสถานศึกษาและความถนัดของผู้เรียน รวมถึงสร้างเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

– ปรับหลักสูตรการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้ และการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและตลาดแรงงานในอนาคตเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที (Skill Bridge) เมื่อสำเร็จการศึกษาและการฝึกอบรม

โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้และทักษะแห่งอนาคต อาทิ AI Robotic พัฒนาระบบเชื่อมโยงการรับรองผลจากการเรียนรู้ทั้งใน-นอกห้องเรียนและระบบออนไลน์-ออฟไลน์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ระบบธนาคารหน่วยกิต ระบบการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพหรือทักษะที่สามารถใช้ในการทำงานได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งขยายโอกาสการพัฒนาทักษะผ่านเครือข่ายสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงจูงใจให้ผู้ประกอบการจ้างงานกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงวัย คนพิการ เด็กและเยาวชนผู้ที่หลุดออกจากระบบเพื่อลดข้อจำกัดแรงงานในระบบและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

– พัฒนาทักษะและความสามารถด้านกีฬาเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย

ส่งเสริมคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนให้เข้าถึงกีฬาในระดับต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพทางกายและจิตใจที่ดี ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล มีวินัยและเคารพในกติกา สนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการพัฒนานักกีฬา สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาศูนย์ฝึกกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ ควบคู่กับการปรับระบบการบริหารจัดการองค์กรกีฬา ระบบสวัสดิการและสวัสดิภาพของนักกีฬาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อจูงใจให้คนไทยมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพเพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับคนไทยและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here