จากคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ด้านการศึกษา ที่ระบุว่า เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลานั้น ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ในเรื่องของการเรียนฟรีมีจริงนั้น ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโรงเรียนตระหนักถึงเรื่องของความเท่าเทียมและคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยรัฐได้จัดค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เด็กทุกคนเพื่อให้สามารถเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างมีคุณภาพ ประกอบด้วยค่าใช้จ่าย 5 รายการ ได้แก่ 1.ค่าจัดการเรียนการสอน 2.ค่าหนังสือเรียน 3.ค่าอุปกรณ์การเรียน 4.ค่าเครื่องแบบนักเรียน และ 5.ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แต่เนื่องจากบางโรงเรียนมีการจัดการศึกษาที่พิเศษจากโรงเรียนทั่วไป ในขณะที่โรงเรียนได้รับงบประมาณจำกัดจึงต้องขออนุญาตเปิดห้องเรียนพิเศษ เช่น ห้องเรียนพิเศษ ห้องเรียน EP (English Program) ห้องเรียน MEP (Mini English Program) และห้องเรียน SME (Science Math English) ซึ่งต้องมีการจ้างครูต่างชาติ จัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม และกิจกรรมเสริมต่าง ๆ ซึ่งผู้ปกครองก็ยินดีจ่ายค่าใช่จ่ายเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกหลานมีโอกาสที่ดีขึ้น โดยไม่เป็นการบังคับ แต่ทั้งนี้ต้องมีเพดานว่าสามารถเก็บได้จำนวนเท่าไหร่ และแต่ละโรงเรียนจะสามารถจัดห้องเรียนพิเศษได้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของห้องเรียนปกติ เพื่อให้โรงเรียนสามารถดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง แต่ขอยืนยันว่าในกรณีค่าใช้จ่ายพื้นฐานตามโครงการเรียนฟรี เด็กทุกคนได้รับเหมือนกันหมดอยู่แล้ว
ด้าน นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ศธ.และ สพฐ. จัดให้ในพื้นฐานที่เท่ากัน แต่ถ้าโรงเรียนไหนต้องการสร้างโอกาสมากกว่าก็สามารถของอนุญาตเพิ่มเติมเข้าไปได้ แต่ต้องไม่เป็นการบังคับ อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ ได้ให้นโยบายไว้ว่า ในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานในขณะนี้ จะสามารถทำอย่างไรเพื่อลดภาระครู ผู้ปกครอง และนักเรียนได้ ซึ่งจากการประชุมผู้บริหารของ สพฐ.คาดว่า จะมีการประกาศว่าอะไรที่เกินจากพื้นฐานที่สามารถงดได้ก็ให้งด อย่างบางกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เช่น การทัศนศึกษา หรือ ชุดนักเรียนบางชุดที่สามารถอะลุ้มอล่วยได้ก็ให้อนุโลมไปก่อน ที่สำคัญในเรื่องของการขยายเวลาหรือผ่อนผันการจ่ายเงินบำรุงการศึกษา และสุดท้ายถ้าเด็กไม่มีจริงๆ ก็ให้จัดทุนการศึกษาให้ เป็นต้น โดยแนวทางเหล่านี้ เลขาธิการ กพฐ.จะนำเสนอรมว.ศึกษาธิการต่อไป






