

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ประชุมหารือแนวทางการพัฒนาการศึกษาเอกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กลุ่มโรงเรียนเอกชนภาคใต้ ได้แก่ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนใต้ มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายประเสริฐ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันดังนี้ 1.เห็นพร้องต้องกันว่า ภารกิจด้านการศึกษาเป็นภารกิจที่มีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภารกิจในการจัดการการศึกษา เป็นเรื่องหลักของศธ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีคุณภาพ 2.ที่ประชุมมีการรับฟังข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งนักเรียน ครูเอกชน ครูปอเนาะ และครูตาดีกา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทียบโอนหลักสูตร วุฒิการศึกษา ซึ่งต้องทำให้มีความรวดเร็ว การอบรมให้ความรู้ครูและนักเรียน รวมถึงการแก้ไขปัญหาและการอัพเกรดหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมใน 3. กระทรวงศึกษาธิการยินดีสนับสนุนงบประมาณตามความเหมาะสมและเป็นธรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐานในด้านการศึกษาแก่กลุ่มจังหวัดต่างๆ 4. เพื่อให้มีการพัฒนาการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ควรจัดให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบผ่านการจัดตั้งบอร์ดการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการประสานงานกับหน่วยงาน เช่น มีการเสนอให้ตั้งผู้ช่วยเลขาธิการศอ.บต. ด้านการศึกษา ซึ่งเดิมไม่มีตำแหน่งนี้ และ 5.การหารือครั้งนี้ ได้รับข้อเสนอที่ดีอย่างยิ่งจากโรงเรียนชุมชน โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา และโรงเรียนในพื้นที่ว่า วันนี้มีการพัฒนาหลายอย่างและเยาวชนในพื้นที่ถือว่าเป็นเยาวชนที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ภาษาที่ใช้หลายภาษาถึงเป็นเอกลักษณ์ทำให้เห็นถึงคุณภาพด้านการศึกษาส่วนหนึ่ง และสุดท้าย ขอขอบคุณทุกภาคที่เกี่ยวข้องในการมาแชร์ข้อมูล ขอให้ทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้และคนในวงการศึกษาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อยู่ในทีมการพัฒนาการศึกษาทีมเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการเปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วน

“การหารือวันนี้ เป็นบรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์และมีความอบอุ่น ถือเป็นโอกาสอันดีในการทำงานร่วมกัน เราได้ยินทั้ง ปอเนาะ ตาดีกา พูดเรื่องการทำงานร่วมกับการศึกษาขั้นพื้นฐานกับ อาชีวะ และ กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) รวมถึงการเทียบหลักสูตรการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นความร่วมมือในอนาคต วันนี้ทุกหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาร่วมกันรับฟังปัญหาเพื่อวางแนวทางแก้ไขร่วมกัน”นายประเสริฐ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นปัญหาเรื่องการบ่มเพาะเยาวชนที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วไม่พบปัญหาและยังไม่เคยมีรายงานในเรื่องนี้ ทั้งนี้การทำความเข้าใจโดยการสื่อสารข้อมูลให้ตรงกันถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้นต่อไปนี้จะมีการทำงานร่วมกัน โดย ทาง สช.ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมในการบูรณาการการทำงาน และมีข้อเสนอให้ตั้งผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. บูรณาการงานด้านการศึกษา เพื่อให้เกิดการประสานงานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ตรงนี้เป็นข้อเสนอของทางโรงเรียนเอกชน ปอเนาะและตาดีกา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ และ ศอ.บต.เองก็ไม่ขัดข้อง สช.พร้อมที่จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยดำเนินการ
นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า จากการหารือในวันนี้จะนำไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ซึ่งทาง ศอ.บต.ยินดีที่จะให้ตรวจสอบ เปิดเผย โปร่งใส เมื่อสิ้นข้อสงสัยจะได้มีการพัฒนาอย่างจริงจัง เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อเยาวชน ศอ.บต.พร้อมที่จะเป็นตัวกลางสร้างความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือทางลบก็ขอให้มาพิสูจน์กัน โดยที่ประชุมจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเรียกว่าบอร์ดการศึกษาโดยคัดเลือกบุคคลที่มีส่วนร่วมในพื้นที่ทั้งหมดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นคณะทำงาน
นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวว่า จากการหารือทำให้มีความรู้สึกสบายใจ ทำให้เห็นแนวทางการ พัฒนาเพราะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีบริบทไม่เหมือนกับพื้นที่อื่น และเท่าที่หารือก็ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิดว่าในอนาคตปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะดับได้ โดยขอให้มีองค์กรช่วยสกรีนภาพต่างๆก่อนที่จะขยายไปสู่สังคมข้างนอก






