เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษากรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok Education Innovation Symposium 2026) ณ ห้องประชุมบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 โดยมี ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนหน่วยงานทางการศึกษาจากพื้นที่กรุงเทพมหานครเข้าร่วมกว่า 700 คนเข้าร่วม

นายประเสริฐ กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้ถือเป็น “เวทีรวมพลังนวัตกรรมการศึกษา” ที่เปิดโอกาสให้สถานศึกษานำร่องได้แสดงศักยภาพและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ที่เท่าเทียมสำหรับผู้เรียนทุกคน ส่วนแนวคิด “All For Education” หรือ “ทุกภาคส่วนเพื่อการศึกษา” ก็เป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการทำงานร่วมกันในฐานะ “ทีมเดียวกัน” เพื่อผลักดันระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ การศึกษาไม่สามารถยึดติดกับรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น ปรับตัว และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็น “พลเมือง DNA ใหม่” ที่มีทักษะคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ตลอดชีวิต และสามารถแข่งขันในระดับสากลได้

ด้าน ดร. สุเทพ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนทิศทางสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการ “กระจายอำนาจ” สู่พื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้สถานศึกษาและหน่วยงานในระดับพื้นที่มีอิสระในการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทของตนเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยการดำเนินงานในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมในแต่ละพื้นที่

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังระบุอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการมีแผนขยายผลการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาไปยัง 20 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในระยะยาว

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ การนำเสนอผลงานนวัตกรรมของสถานศึกษาในรูปแบบโปสเตอร์และคลิปวิดีโอ เวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการ “CBA Lab” ด้านการออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รวมถึงนิทรรศการแสดงผลงานของโรงเรียนนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนภาพความก้าวหน้าของการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาไทยในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การจัดงานครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็น “จุดเชื่อมต่อ” ของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลก และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับผู้เรียนทุกคนอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here