
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. โดยมี ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.), และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้เชิญผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมเวิร์กชอปและหารือร่วมกัน มีทั้งผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจาก วุฒิสภา ส.ส. ตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรค ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น การศึกษาเอกชน การศึกษาพิเศษ และนักวิชาการ รวมถึงมีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ด้วย เพื่อรับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้คนที่มาประชุมไม่ทันวันนี้ สามารถนำเสนอข้อความที่เป็นเอกสารเข้ามาได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ แต่เดิมเราได้กำหนดกรอบไว้ 3 ทางเลือก คือ 1 ยืนยันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… ซึ่งเคยเข้า ครม.ไปแล้ว แต่มีเหตุ ต้องหยุดการพิจารณา เนื่องจากยุบสภา ทางเลือกที่ 2 คือ นำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มาแก้ไขปรับปรุงใหม่ และ ทางเลือกที่ 3 ยกร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งแต่ละแนวทางก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน โดยวันนี้จะเปิดโอกาสให้เสนอทางเลือกอื่น ๆ เพิ่มได้อีกด้วย

“วันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งในที่ประชุมมีหลายคนเสนอให้มีการตั้งกรรมการชุดพิเศษ เพื่อเร่งขับเคลื่อน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากมีการดำเนินการมานานหลายปีแล้ว และทุกคนก็อยากเห็น พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ที่เป็น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติที่มีความพร้อม ซึ่งหวังว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ในรัฐบาลนี้ แต่ก็ต้องได้สาระสำคัญที่ตรงกับความต้องการของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า คณะทำงานจะต้องเร่งสรุปข้อคิดเห็นในวันนี้ และรอข้อคิดเห็นบางส่วนที่ยังมาไม่ถึงด้วย รวมถึงรอดูด้วยว่าจะมีข้อเสนอที่เป็นทางเลือกที่ 4 เพิ่มอีกหรือไม่ โดยจะพยายามให้ได้ข้อสรุป ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อจะได้เห็นว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติจะหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้ที่ประชุมก็เห็นพ้องตรงกันว่าอยากเห็น พ.ร.บ.การศึกษาคลอดออกมาเร็วที่สุด และภายใต้คุณภาพที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามตนได้เสนอในที่ประชุมว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้เข้าสภาฯ ขอให้มีการทำงานคู่ขนานกันในการที่จะพิจารณาทั้งในรูปแบบของกรรมาธิการ และกรรมการพิเศษ โดยจะต้องมีการหารือกันในประเด็นที่มีความสำคัญในวงเล็กก่อน เพื่อให้การทำงานในวงใหญ่ง่ายขึ้น






