S__207642636_0-1024x683 'อัครนันท์'สวมหมวก ผอ.ศูนย์พิทักษ์ฯ ลุยปิดจ๊อบปัญหาครูล่วงละเมิดนักเรียนที่ลพบุรี ย้ำไม่ทอดทิ้งเด็ก เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569  นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  พร้อมด้วย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ครูจวง ปารมี ไวจงเจริญ ดร.รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา คณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และ เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดลพบุรีล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน เพื่อหาข้อสรุปและปิดจ๊อบปัญหาที่ค้างคามานานกว่า 2 ปี ให้จบสิ้นภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเองเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา

S__207642634_0-1024x683 'อัครนันท์'สวมหมวก ผอ.ศูนย์พิทักษ์ฯ ลุยปิดจ๊อบปัญหาครูล่วงละเมิดนักเรียนที่ลพบุรี ย้ำไม่ทอดทิ้งเด็ก ​นายอัครนันท์ เปิดเผยว่า จากการรับฟังความทุกข์ใจของครอบครัวผู้เสียหายที่ต้องเผชิญความกังวลมาอย่างยาวนาน ตนมองว่าเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเทียบได้กับความเสียหายทางจิตใจที่เด็กได้รับ เมื่อโรงเรียนเกิดข้อบกพร่องในการปกป้องเด็ก กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องทำหน้าที่เป็น “ร่ม” ให้กับครอบครัวแทนโรงเรียน โดยตนได้สั่งการให้ สช. ปรับปรุงมาตรการตรวจสอบจรรยาบรรณครูอย่างเข้มข้น และกำชับให้ทุกโรงเรียนติดตั้งกล้องวงจรปิดในมุมอับเพื่อป้องกันเหตุอย่างเด็ดขาด

S__207642633_0-1024x683 'อัครนันท์'สวมหมวก ผอ.ศูนย์พิทักษ์ฯ ลุยปิดจ๊อบปัญหาครูล่วงละเมิดนักเรียนที่ลพบุรี ย้ำไม่ทอดทิ้งเด็ก ​”ผมยอมรับว่าที่ผ่านมากระทรวงฯ อาจมีความหละหลวมในการสั่งการ แต่ต่อจากนี้เราจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ผมจะเปิด ‘ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและสวัสดิภาพ’ อย่างเป็นทางการ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานภายในกระทรวงฯ เข้าด้วยกัน ขอยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งเด็ก และจะติดตามการเยียวยาสภาพจิตใจร่วมกับ พม. อย่างต่อเนื่องจนกว่าน้องจะกลับมาเข้มแข็ง” รมช.ศึกษาธิการกล่าวและว่า สำหรับกลไกของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนได้วางระบบการทำงานไว้ 3 มิติหลัก เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ได้แก่ 1. ระบบป้องกันการเกิดเหตุ โดยการสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรเคารพสิทธิเด็ก เลิกใช้ระบบอำนาจนิยมในโรงเรียน รวมทั้งวางระบบแนะแนวดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพ 2. ระบบรับแจ้งเหตุที่ทันสมัย โดยจะนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มอย่าง Traffy Fondue มาใช้เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองร้องเรียนตรงมายังศูนย์ฯ ได้ทันที ลดปัญหาการไกล่เกลี่ยหรือปิดข่าวกันเองภายในโรงเรียน และ 3. ระบบการเยียวยา ทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างจริงจัง

​”เป้าหมายของผมคือการทำให้ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ แห่งนี้เป็นที่พึ่งที่มั่นคงและถาวร ใครก็ตามที่รังแกเด็กหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพในสถานศึกษาจะต้องถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด ผมจะลงมือเคลียร์ทุกความทุกข์ของประชาชนด้วยตัวเอง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน” นายอัครนันท์ กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here