เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวกิจกรรม “OVEC Plus 4 : อาชีวะอาสา ซ่อมได้ สร้างได้ ช่วยได้จริง” โดยนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวรายงานว่า ตามที่รัฐบาล และ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียม และพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตอบโจทย์เศรษฐกิจอนาคต ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการและการเรียนการสอน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต การเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาระบบ Credit Bank และ E-Portfolio ตลอดจนการผลักดันแนวคิด “เรียนดี มีความสุข มีรายได้” เพื่อสร้างระบบการศึกษาไทยที่ทันสมัย เท่าเทียม และตอบโจทย์โลกศตวรรษที่ 21 นั้น สอศ.ได้นำนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบนโยบายเร่งด่วน OVEC Quick Win 2569 โดยมุ่งยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาเชิงรุก ผ่านแนวคิด “3 ลด รับมือวิกฤตพลังงาน” ควบคู่กับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Learn to Earn เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพ ทักษะแห่งอนาคต และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้เรียนอาชีวศึกษา รวมถึงการส่งเสริมให้อาชีวศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน ชุมชน และสังคม
เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “All for Education ปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตประเทศ” สอศ. จึงจัดกิจกรรม “OVEC Plus 4 : อาชีวะอาสา ซ่อมได้ สร้างได้ ช่วยได้จริง” ขึ้น เพื่อบูรณาการภารกิจอาชีวศึกษาในการช่วยเหลือประชาชนเชิงรุก ผ่านการนำองค์ความรู้ ทักษะวิชาชีพ เทคโนโลยี และพลังของครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ลงพื้นที่สร้างประโยชน์แก่สังคมและชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้ 4 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ 1.“อาชีวะอาสาช่วยประชาชนลดค่าไฟ” ให้บริการตรวจเช็ค ล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ และซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า 2.“อาชีวะอาสาลดควันลดฝุ่น” ให้บริการตรวจเช็ครถยนต์ ลดควันดำ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ช่วยเหลือติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพื่อลดค่าบริการ และส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม 3.“อาชีวะอาสาสร้างอาชีพ ยกระดับชุมชน” จัดอบรมวิชาชีพระยะสั้นและทักษะอาชีพใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน และ 4.“อาชีวะอาสาพี่ช่วยน้อง” ลงพื้นที่ช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขาดแคลนในการตรวจเช็ค ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และให้ความรู้ทักษะอาชีพพื้นฐานกับครู บุคลากรในสถานศึกษา ซึ่ง ทั้ง 4 ภารกิจ จะดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ โดยเปิดรับลงทะเบียนระหว่างวันที่ 19 – 31 พฤษภาคม 2569 และเริ่มดำเนินกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 ทาง Line official อาชีวะอาสา และ ผ่านสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ทุกแห่งทั่วประเทศ
นายประเสริฐ กล่าวว่า วันนี้เป็นการ kick off แคมเปญ OVEC Plus 4 : อาชีวะอาสา โดยมีภารกิจหลัก 4 เรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ช่วยลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชน และเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ไปได้ออกไปฝึกปฏิบัติหน้างานจริง และยังเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารหน่วยกิตด้วย ซึ่งโครงการนี้ตอบโจทย์ที่ตนตั้งเป้าหมายให้อาชีวศึกษาไทยเดินหน้าภายใต้หลักการ ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ ซึ่งสอดคล้องกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของอาชีวศึกษา ว่า เป็นวิชาชีพหลักไม่แพ้วิชาชีพทางด้านสายวิชาการและสามารถทำรายได้ให้กับผู้เรียนหรือผู้ประกอบวิชาชีพด้วย
“ขอชื่นชม สอศ.ที่สามารถนำนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมาปรับอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้โครงการ“OVEC Plus 4 : อาชีวะอาสา ซ่อมได้ สร้างได้ ช่วยได้จริง” เป็นการสะท้อนถึงบทบาทที่ว่าอาชีวะเป็นของประชาชน ทำงานให้กับพี่น้องประชาชน และ นำวิชาชีพที่ได้จากการเรียนในห้องเรียนไปทำให้เกิดประโยชน์จริงต่อพี่น้องประชาชน และยังฝึกวิชาชีพในขณะเดียวกันด้วย ซึ่งทั้ง 4 ภารกิจนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องของ Active Learning และ Learn to Earn อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามขอฝากให้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยจากภัยอันตรายในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนของนักเรียน นักศึกษา รวมถึงบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกสถานศึกษาด้วย”นายประเสริฐกล่าว และว่า ทั้งนี้ ศธ.ได้วางหลักการปฏิรูปอาชีวศึกษาอย่างชัดเจนในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นหอการค้า สภาอุตสาหกรรมและสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งจากการได้ร่วมประชุมกับเครือข่ายต่าง ๆ ต่างก็ให้ความเห็นถึงการให้ความสำคัญการอาชีวศึกษาว่า ในอนาคตอาชีวะจะต้องบุคลากรที่สำคัญเข้าสู่ตลาดในยุคเศรษฐกิจใหม่ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปหลักสูตรให้รองรับอุตสาหกรรมในอนาคตทั้งไฟฟ้า ดิจิทัล Ai หรือ หุ่นยนต์ เป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นการที่เราพยายามดึงผู้เรียนให้เข้ามาสู่การอาชีวศึกษาให้มากขึ้นเป็นการมาถูกทางแล้ว และยิ่งถ้าทำได้ 50 ต่อ 50 ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการอาชีวะใช้เวลาเรียนไม่นาน แต่สามารถสร้าง งานสร้างรายได้ได้ทันที







