เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับหม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE และเลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ว่า กระทรวงศึกษาธิการเตรียมร่วมขับเคลื่อนโครงการกีฬาอีสปอร์ตในสถานศึกษา ผ่านโครงการ To Be Number One หลังได้รับการประสานความร่วมมือจากฝ่ายเลขานุการมูลนิธิฯโดยจะมีการตั้งคณะทำงานภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานและจัดการแข่งขันอีสปอร์ตในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้อีสปอร์ตเป็น “กิจกรรมเสริม” ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ To Be Number One ซึ่งปัจจุบันดำเนินการอยู่ในสถานศึกษาทั่วประเทศ ทั้งนี้ แม้อีสปอร์ตจะยังไม่ถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอน แต่ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะสำคัญของผู้เรียนในยุคดิจิทัล ทั้งการคิดวิเคราะห์ การวางแผน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า หลายประเทศทั่วโลกเริ่มนำอีสปอร์ตเข้าไปเชื่อมโยงกับระบบการศึกษา บางประเทศเปิดเป็นวิชาเลือก ขณะที่บางประเทศบรรจุไว้ในหลักสูตรอย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยยังอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางที่เหมาะสม โดยต้องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังสะท้อนมุมมองต่อการใช้ AI ในการศึกษา ว่า แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว แต่หากใช้มากเกินไป อาจส่งผลให้เด็กขาดกระบวนการคิดด้วยตนเอง เพราะ AI สามารถตอบได้ทุกเรื่อง ดังนั้น แนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องใช้ AI เป็น “เครื่องมือช่วยเรียนรู้” ไม่ใช่ให้เทคโนโลยีเข้ามาแทนกระบวนการคิดของผู้เรียน โดยจะเร่งปรับหลักสูตรการศึกษา จากระบบท่องจำ ไปสู่การคิดวิเคราะห์ การเข้าใจ และการแก้ปัญหา เพื่อให้เด็กไทยสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและสร้างสรรค์ นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการ ยังกล่าวถึงการแจกแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา ว่ายังเดินหน้าตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยมองว่าอุปกรณ์ดิจิทัลไม่ใช่ปัญหา หากสามารถออกแบบการใช้งานให้ช่วยส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโรงเรียนที่ยังไม่ได้ก็อยากได้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here