เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า ประเด็นสำคัญที่มีการหารือคือการขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครู ของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดขั้นตอนการทำงานของครู หรือ ลดกิจกรรมบางกิจกรรมลง  เช่น การกรอกข้อมูล ITA ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เนื่องจากครูสะท้อนมาว่าเป็นการเพิ่มภาระให้ครู ก็ไม่ต้องกรอกแล้ว เพราะสามารถใช้ข้อมูลคอนเน็คอีดีแทนได้  เป็นต้น บางเรื่องก็สามารถใช้เทคโนโลยี ได้ เช่น โรงเรียน “โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” หรือ กพด. 215 โรง ก็ได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มในการรายงานข้อมูลโดยโรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลแต่สามารถดึงข้อมูลบางส่วนจาก DMC  แล้วกรอกเพียงบางส่วนได้ ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ใช้ระบบ OIT Plus ในการจัดเก็บข้อมูล

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า ลดภาระให้ครูได้มากเท่าไหร่ยิ่งเป็นการดี ครูจะได้มีเวลาอยู่กับเด็ก ซึ่งจากการหารือวันนี้เราสามารถลดกิจกรรม หรือ ขั้นตอนต่าง ๆ ที่ทำให้เป็นภาระของครูและโรงเรียน ได้อย่างน้อยใน 50 โครงการที่แต่ละสำนักเสนอมา ซึ่งจะส่งผลให้ครูได้ลดภาระงานลงและมีเวลาให้กับการเรียนการสอนมากขึ้น เช่น  โครงการที่ต้องมีการรายงาน ก็อาจจะตัดกิจกรรม หรือ ขั้นตอนการรายงานลง  หรือ ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะยกเลิกโครงการไปเลย หรือเชื่อมโยงโครงการเข้าด้วยกัน  แต่กรณีการยกเลิกโครงการสำหรับ ปีงบประมาณ 2569 อาจจะไม่ทัน  ต้องไปยกเลิกในปีงบฯ 2570”เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ยังได้แจ้งโรงเรียนเกี่ยวกับการออกหลักฐานการจบการศึกษาของนักเรียน ในกรณีเด็กเรียนจบแล้วโรงเรียนมีหน้าที่ต้องออกหลักฐานให้โดยคำนึงถึงสิทธิของเด็ก ถึงแม้เด็กจะยังมีค่าใช้จ่ายค้างอยู่ก็เป็นเรื่องที่ทางเขตพื้นที่การศึกษาและทางโรงเรียนจะต้องประสานกับผู้ปกครองในการบริหารจัดการร่วมกัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการออกใบ ปพ.1 เด็กเรียนจบตามหลักสูตรต้องมีหลักฐาน คือ ปพ.1 เพื่อไปสมัครเรียนต่อ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here