เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ดร.พิเชฐร์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)ในฐานะกำกับดูแลงานด้านบุคคลากร ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยกรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราวสายผู้สอน จำนวน 7,588 อัตรา ภายหลังการปรับจากระบบจ้างเหมาบริการมาเป็นลูกจ้างชั่วคราว ทำให้มีบุคลากรเดิมบางส่วนไม่ได้รับการคัดเลือก และผู้สมัครรายใหม่ได้รับการคัดเลือกแทนนั้น ว่า วันนี้ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ.จะประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูง สพฐ. อย่างไรก็ตามจากการสอบถามเบื้องต้นพบว่า แต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใช้วิธีการคัดเลือกแตกต่างกัน เนื่องจากแนวทางที่กำหนดเปิดโอกาสให้เขตพื้นที่ฯสามารถกำหนดรายละเอียดการคัดเลือกได้เอง ดังนั้นบางเขตพื้นที่ฯใช้การสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว ขณะที่บางเขตก็มีการกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์คะแนนเพิ่มเติม จึงทำให้ผลการคัดเลือกของแต่ละเขตพื้นที่แตกต่างกัน
“ตอนนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากทุกเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกที่แท้จริง ว่า เกิดจากอะไร รวมถึงเหตุผลในการคัดเลือกคนใหม่เข้ามาแทนบุคลากรเดิมด้วย ซึ่ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีดำริให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า สพฐ.ต้องหารือถึงแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มบุคลากรเดิมที่กำลังขาดรายได้จากการสิ้นสุดสัญญาจ้าง ซึ่งตนมีข้อเสนอให้พิจารณาหามาตรการรองรับอย่างน้อยจนถึงเดือนกันยายน 2569 ตามกรอบสัญญาเดิม เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและลดผลกระทบต่อครอบครัว
สำหรับการปรับสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราวครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) โดยผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับค่าตอบแทนตามกรอบอัตรากำลังของตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าระบบจ้างเหมาบริการเดิม 15,000 บาท และถ้าเป็นครูผู้ช่วยสายผู้สอนจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 18,220 บาท






