เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)กล่าวในการเป็น ประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน ว่า กระทรวงศึกษาธิการยังคงยึดหลักการสำคัญในการดูแลผู้เรียนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐหรือเอกชน โดยเฉพาะสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานที่นักเรียนพึงได้รับตามกฎหมาย
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่โรงเรียนเอกชนสะท้อนปัญหา คือ เรื่องโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งปัจจุบันยังมีนักเรียนบางส่วนได้รับสิทธิไม่ครบถ้วน โดยกระทรวงศึกษาธิการยังคงเดินหน้าผลักดันและต่อสู้ในประเด็นดังกล่าว เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนเอกชนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมเหมือนกับนักเรียนในโรงเรียนของรัฐ นอกจากนี้ตนยังได้ชี้แจงนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 5 ด้านให้โรงเรียนเอกชนรับทราบ ซึ่งทุกนโยบายครอบคลุมการดำเนินงานของโรงเรียนเอกชนเช่นเดียวกับโรงเรียนรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระงานครู การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และการส่งเสริมการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นายประเสริฐ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามผู้แทนโรงเรียนเอกชนได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอหลายเรื่อง เช่น การขอความช่วยเหลือด้านภาษีโรงเรือน ขณะที่โรงเรียนนานาชาติได้เสนอให้มีการอำนวยความสะดวกในการนำครูชาวต่างชาติเข้ามาปฏิบัติหน้าที่สอนในประเทศไทย เพื่อให้การบริหารจัดการบุคลากรมีความคล่องตัวมากขึ้น อีกประเด็นสำคัญคือปัญหาผู้ปกครองค้างชำระค่าเล่าเรียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของโรงเรียนเอกชนจำนวนมาก ครั้งนี้มีข้อเสนอว่า จะให้กองทุนสงเคราะห์เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในลักษณะร่วมจ่ายระหว่างกองทุนฯและผู้ปกครอง หรือจัดทำมาตรการผ่อนปรนอื่น ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
“นอกจากนี้โรงเรียนเอกชนยังได้เสนอให้ขยายสิทธิการรักษาพยาบาลของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยขอเพิ่มวงเงินคุ้มครองจาก 150,000 บาท เป็น 200,000 บาท รวมถึงขอให้เพิ่มจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากปัจจุบันยังมีสถานพยาบาลในระบบเพียงประมาณ 300-400 แห่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ยังไม่มีข้อสรุป แต่กระทรวงศึกษาธิการจะประสานหารือกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอความร่วมมือให้มีโรงพยาบาลเข้าร่วมเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อครู บุคลากรทางการศึกษาเอกชน ที่มีจำนวนกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ“นายประเสริฐกล่าว






