นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Zero Dropout) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ตนเป็นประธาน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร และ นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ ร่วมวางทิศทางการขับเคลื่อน มีเป้าหมายสำคัญในการต่อยอดจาก “Thailand Zero Dropout” สู่ “ASEAN Zero Dropout” นำประสบการณ์ของประเทศไทยไปสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อให้การแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบไม่หยุดอยู่เพียงการพาเด็กกลับเข้าสู่โรงเรียน แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้เด็กทุกคนมีเส้นทางการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ สร้างอาชีพ และสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้
นายคณาพจน์กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กรมอาเซียน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตลอดจนองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ UNESCO Bangkok, SEAMEO และ UNICEF Thailand สะท้อนการบูรณาการความร่วมมือทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งโจทย์ของ Zero Dropout ไม่ใช่เพียงว่าเราจะพาเด็กกลับเข้าโรงเรียนได้กี่คน แต่คือเราจะสร้างระบบอย่างไรให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ต่อได้ แม้ต้นทุนและเงื่อนไขชีวิตจะแตกต่างกัน วันนี้ประเทศไทยจึงต้องการนำบทเรียนที่เรามี ไปเชื่อมกับพลังของประเทศสมาชิกและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อทำให้เรื่องนี้กลายเป็นวาระร่วมของอาเซียน
“ที่ประชุมได้หารือแนวทางนำบทเรียนจาก Thailand Zero Dropout ไปต่อยอดในระดับอาเซียน ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ นวัตกรรมและเครื่องมือในการค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบ รวมถึงการแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างหลักประกันให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับบริบทชีวิตของตนเอง พร้อมกันนี้ได้หารือการจัดทำ Roadmap ของ ASEAN Zero Dropout เพื่อผลักดันข้อริเริ่มของประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับภูมิภาค โดยมีหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit 2028) ในเดือนพฤศจิกายน 2571 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพด้วย”นายคณาพจน์กล่าวและว่า เด็กหนึ่งคนที่หลุดจากระบบ ไม่ได้หมายถึงเพียงหนึ่งที่นั่งที่ว่างลงในห้องเรียน แต่อาจหมายถึงหนึ่งโอกาส หนึ่งความฝัน และหนึ่งอนาคตที่กำลังหายไป ASEAN Zero Dropout จึงเป็นความพยายามที่จะทำให้ประเทศในภูมิภาคร่วมกันสร้างระบบที่ไม่ปล่อยให้เด็กคนใดหลุดหายไปจากโอกาสทางการศึกษา





