ณ เวลานี้ เข้าสู่ช่วงสำคัญของการสรรหา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสัวสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา( สกสค.) คนใหม่ หลังปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 มีผู้สมัครทั้งหมด 6 ราย และคณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาคัดเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสม ไม่เกิน 2 ราย เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการ สกสค. เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดต่อไป โดยกรอบเวลาที่ประกาศไว้คือให้ได้ตัวเลขาธิการคนใหม่ภายในเดือนกันยายน หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือนตุลาคม 2569 นี้
ตำแหน่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหา “ผู้บริหารคนใหม่” แต่เป็นการเลือกคนที่จะเข้ามาดูแลองค์กรซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 1.3 ล้านคน และกำลังเผชิญโจทย์ทั้งเรื่องสวัสดิการ สวัสดิภาพ หนี้สินครู การสร้างความเชื่อมั่น ตลอดจนการกำกับดูแลองค์การค้าของ สกสค. โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้วางกรอบการทำงานไว้ 4 คำ คือ Care–Connect–Create–Change เน้นดูแลครู เชื่อมโยง โปร่งใส สร้างบริการใหม่ และเปลี่ยนองค์กรให้ทันโลก
ซึ่งทั้ง 6 คนที่เข้าสู่สนามสรรหา มีที่มาและประสบการณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย นายภกร รงค์นพรัตน์ รองผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. เป็นผู้สมัครที่มีประสบการณ์ตรงอยู่ภายในเครือข่าย สกสค. จึงมีความคุ้นเคยกับระบบงาน ระเบียบ และภารกิจขององค์การค้า โดยเฉพาะงานจัดพิมพ์และบริหารหนังสือเรียน ซึ่งเป็นภารกิจขนาดใหญ่ขององค์กร แต่การบริหารองค์การค้าฯที่ผ่านมาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
นางพวงทอง ศรีวิลัย มาจากสายบริหารการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน และที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน จุดที่น่าสนใจจึงอยู่ที่ประสบการณ์ด้านการศึกษาและเทคโนโลยี ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับโจทย์การปรับระบบบริการของ สกสค.เข้าสู่ดิจิทัลได้
นายณรินทร์ ชำนาญดู ปัจจุบันเป็นนายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย(ส.บ.ม.ท.) และเป็นประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี รวมถึงเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จึงเป็นผู้สมัครที่มีฐานประสบการณ์อยู่กับ “ครูและโรงเรียน” โดยตรง ทั้งในมิติการบริหารสถานศึกษา เครือข่ายผู้บริหารโรงเรียน และระบบสหกรณ์ครู ซึ่งประสบการณ์ด้านสหกรณ์ทำให้ชื่อของ นายณรินทร์ น่าสนใจเป็นพิเศษเมื่อโยงกับหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของ สกสค. คือปัญหาหนี้สินครู เพราะเป็นงานที่ต้องเข้าใจทั้งโครงสร้างหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ และชีวิตจริงของครู ขณะเดียวกัน ความท้าทายคือการขยับจากการบริหารสถานศึกษาและเครือข่ายครู ไปสู่การบริหารองค์กรระดับชาติที่มีภารกิจและผลประโยชน์ของสมาชิกมากกว่าล้านคน
นางสาวนันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เป็นอีกคนที่มีประสบการณ์ตรงด้านการบริหารกองทุนและระบบหนี้ โดยก่อนขึ้นเป็นผู้จัดการ กยศ. เคยดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการกองทุนมาตั้งแต่ปี 2558 รวมทั้งมีประสบการณ์ด้านนวัตกรรม วิศวกรรมและระบบสารสนเทศภาครัฐมาก่อน
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ อบก. เป็นผู้สมัครที่มีพื้นฐานต่างจากสายการศึกษาอย่างชัดเจน แต่จุดที่ทำให้ถูกจับตาคือประสบการณ์บริหาร องค์การมหาชนระดับประเทศ และการขับเคลื่อนงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันยังทำงานด้านตลาดคาร์บอน ความโปร่งใสและมาตรฐานของคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นงานที่ต้องประสานหลายภาคส่วน ดังนั้น หากมองจากภารกิจของ สกสค. จุดที่น่าติดตามของ นายณกรณ์ จึงไม่ใช่ความเป็น “คนสายครู” แต่เป็นประสบการณ์บริหารองค์กรสมัยใหม่ การจัดการระบบ และการประสานเครือข่ายระดับประเทศ ส่วนโจทย์สำคัญคือจะสามารถนำประสบการณ์จากองค์กรคนละประเภทมาปรับใช้กับองค์กรที่มี “ครูและบุคลากรทางการศึกษา” เป็นสมาชิกหลักได้หรือไม่
คนสุดท้าย นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ นักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ และรักษาการแทนรองเลขาธิการ กสทช. มีประสบการณ์ในองค์กรกำกับดูแลระดับประเทศ ทั้งงานนโยบาย การกำกับกิจการสื่อ และการคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงงานด้านการเข้าถึงบริการดิจิทัลอย่างเท่าเทียม ก็ต้องมาดูว่า นายฉันทพัทธ์ จะเอาอะไรมาเซอร์ไพรส์ ถ้าได้รับการคัดเลือกให้เป็นเลขาธิการ สกสค.คนใหม่
หากนายณรินทร์ และนายณกรณ์ สองชื่อนี้อยู่ในสายตาของการพิจารณาช่วงโค้งสุดท้าย คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “ใครมีประวัติดีกว่าใคร” แต่คือบอร์ด สกสค.ต้องการผู้บริหารแบบใดสำหรับภารกิจข้างหน้า คนที่รู้จักระบบครูและปัญหาครูจากภายใน หรือผู้บริหารองค์กรระดับประเทศที่นำประสบการณ์จากภายนอกเข้ามาปรับระบบ สกสค.
และนี่คือจุดที่ทำให้การสรรหาครั้งนี้น่าจับตา เพราะคนที่จะนั่งเก้าอี้ เลขาธิการ สกสค. ไม่ได้มีเพียงภารกิจบริหารสำนักงาน แต่ต้องตอบโจทย์ความคาดหวังของครูและบุคลากรทางการศึกษากว่าล้านคน ทั้ง หนี้สิน สวัสดิการ การรักษาพยาบาล ความโปร่งใส และการฟื้นความเชื่อมั่นต่อองค์กร
สุดท้ายแล้วจะเป็น นายณรินทร์ หรือ นายณกรณ์ หรือหนึ่งในอีก 4 แคนดิเดต คำตอบต้องรอผลจากกระบวนการสรรหาและการพิจารณาของบอร์ด สกสค. ซึ่งตามกรอบเวลาปัจจุบันคาดว่าจะได้เห็นชื่อ เลขาธิการ สกสค.คนใหม่ภายในสิ้นเดือนกันยายน หรือไม่เกินต้นเดือนตุลาคม 2569 นี้ แน่นอน






