เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(บอร์ด สกสค.)และคณะกรรมการองค์การค้า สกสค.(บอร์ดองค์การค้า สกสค.)ว่า เมื่อวานนี้(19ส.ค.)ได้มีการประชุม บอร์ดสกสค.และบอร์ดองค์การค้าสกสค.โดยในการประชุมบอร์ดสกสค.ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งให้ ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)เป็นประธาน กรรมการสรรหาผู้เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.คนใหม่นอกจากนี้ยังได้พูดถึงเรื่องการบริหารหอพักสกสค.และโรงพยาบาลครู ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาลครู ที่ประชุมยังเห็นว่ามีความจำเป็น โดยเฉพาะในมิติการดูแลสุขภาพและสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่ต้องกลับไปทบทวนรูปแบบการบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งตนได้มอบหมายให้ สกสค.ไปจัดทำแผนเสนอว่าจะพัฒนาและบริหารกิจการต่อไปอย่างไร ขณะที่หอพักของ สกสค. ก็มีความจำเป็นเพราะจะสามารถใช้รองรับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เดินทางมาติดต่อราชการในกรุงเทพฯได้ แต่โจทย์สำคัญคือจะออกแบบระบบบริหารอย่างไรให้มีความคล่องตัวและสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น ตนจึงให้กลับไปทบทวนรูปแบบการบริหารกลับมาใหม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันทีและเป็นประโยชน์ต่อครู ไม่จำเป็นต้องรอผู้บริหารชุดใหม่ เช่น โครงการด้านสินเชื่อจากธนาคารออมสินและการลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.5% หากเป็นประโยชน์ก็ให้เดินหน้าต่อ ไม่ต้องรอผู้บริหารใหม่ เพราะจะทำให้โครงการล่าช้าไปอีกหลายเดือน

รมว.ศึกษาธิการ ยังกล่าวถึงผลการประชุมบอร์ดองค์การค้า สกสค.ว่า ตนได้ให้แนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินและกิจการของ องค์การค้า สกสค.โดยได้มอบหมายให้มีการรวบรวมและทบทวนทรัพย์สินทั้งหมด โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ซื้อหรือถือครองมาเป็นเวลานานแต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อประเมินใหม่ว่าทรัพย์สินใดควรเดินหน้าตามวัตถุประสงค์เดิม และทรัพย์สินใดมีศักยภาพที่จะนำมาพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ให้แก่องค์กร และในส่วนของ ร้านศึกษาภัณฑ์ฯ ที่มีอยู่ 9 แห่ง ยังพบว่ามีร้านค้าที่ประสบปัญหาขาดทุน 2 แห่ง จึงให้พิจารณาทบทวนความคุ้มค่าในการดำเนินกิจการ หากขาดทุนต่อเนื่องและยังต้องแบกรับค่าเช่าพื้นที่ อาจต้องพิจารณายุติการดำเนินงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมกันนี้ ตนยังได้สั่งให้สำรวจ ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ขององค์การค้าฯใหม่ทั้งหมด เนื่องจากที่ดินบางแปลงเดิมจัดซื้อมาเพื่อจัดสรรประโยชน์ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่เวลาผ่านมาหลายปีโครงการยังไม่เกิดขึ้นจริง บางแห่งจึงกลายเป็นที่ดินว่างเปล่า ขณะที่บางแปลงมีทำเลและศักยภาพสูง สามารถนำมาพัฒนาให้เกิดมูลค่าและสร้างรายได้ จึงต้องตัดสินใจให้ชัดว่าจะเดินหน้าโครงการเดิม แต่ปรับรูปแบบ หรือใช้ประโยชน์ในแนวทางใหม่ ส่วนคดีความที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและผลประโยชน์ขององค์กร ได้กำชับให้ตรวจสอบเอกสารและอายุความของแต่ละคดีอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้สิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์เสียหายจากการปล่อยให้คดีขาดอายุความ

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นสำคัญคือ แผนดำเนินงานขององค์การค้าของ สกสค. ปี 2570 ตนได้ให้กลับไปทบทวน โดยค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่จำเป็นต้องจ่ายยังดำเนินการได้ แต่โครงการพัฒนาอื่นต้องพิจารณาถึงความจำเป็นและความซ้ำซ้อน โดยเฉพาะโครงการด้าน Digital Transformation ที่มีข้อเสนอจัดทำระบบใหม่และนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ ให้ชะลอไว้ก่อน เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการมีความร่วมมือกับ INET เพื่อพัฒนาระบบภาพรวมของกระทรวงอยู่แล้ว หากสามารถใช้ระบบร่วมกันได้ก็ไม่ควรลงทุนซ้ำและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ โครงการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักขององค์การค้าฯ เช่น การจัดการเรียนการสอนภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ ก็ให้ชะลอ เนื่องจากมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวโดยตรงอยู่แล้ว องค์การค้าฯ ควรกลับมาโฟกัสภารกิจหลักของตัวเอง และที่ต้องเดินหน้าทันทีคือ แผนจัดพิมพ์และจัดส่งหนังสือเรียนสำหรับภาคการศึกษาถัดไป โดยกำชับให้จัดทำแผนอย่างเป็นระบบและส่งหนังสือให้ถึงโรงเรียนตามกำหนด ก่อนวันที่ 30 เมษายน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนังสือเรียนล่าช้าเมื่อเปิดภาคเรียน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here