ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีปรากฏข่าวและข้อร้องเรียนบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการดำเนิน โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสถานศึกษา ซึ่งครอบคลุมสถานศึกษาในสังกัดจำนวน 230 แห่ง โดยยืนยันว่าการดำเนินโครงการยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการ และ ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาแต่อย่างใด โดยสอศ.ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวมีที่มาจากนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของสถานศึกษา
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สอศ.ได้ดำเนินโครงการด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับหน่วยงานการไฟฟ้าแล้ว 203 แห่ง แบ่งเป็นโครงการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 188 แห่ง และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 15 แห่ง ส่วนโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายขยายโอกาสไปยังสถานศึกษาที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายหรือยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการกับหน่วยงานการไฟฟ้า จำนวน 230 แห่ง เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการลดค่าไฟ แต่ยังต้องการให้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็น แหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา บุคลากร และประชาชน ที่เข้ารับการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่อง วงเงิน 500,000 บาทต่อสถานศึกษา และอาจนำไปสู่การหลีกเลี่ยงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างนั้น สอศ.ชี้แจงว่า การพิจารณากรอบวงเงินคำนึงถึงหลายปัจจัย ทั้งกรอบเวลาการใช้งบประมาณปี 2569 ซึ่งต้องก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ข้อจำกัดของงบประมาณภาพรวม ตลอดจนความแตกต่างด้านพื้นที่ อาคาร หน่วยเบิกจ่าย และความต้องการใช้พลังงานของแต่ละสถานศึกษา ทั้งนี้ สอศ.ย้ำว่า การจัดซื้อจัดจ้างจะดำเนินการแยกเป็นรายสถานศึกษาและรายหน่วยเบิกจ่าย ตามความต้องการและคุณลักษณะทางเทคนิคของแต่ละแห่ง จึงยืนยันว่า ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการประกวดราคา
สอศ.ยังได้ชี้แจงถึงประเด็นสำคัญคือ คุณลักษณะเฉพาะหรือสเปกกลางของครุภัณฑ์ ขณะนี้ สอศ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์การศึกษา (ฉบับกลาง) เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่จะใช้ในโครงการ โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ กฟภ. กฟน. กฟผ. หรือมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) แต่กระบวนการดังกล่าว ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จและยังไม่ได้รับอนุมัติ ดังนั้นหนังสือที่ส่งถึงสถานศึกษาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นเพียงการแจ้ง รายชื่อสถานศึกษาที่ได้รับการพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการ รวมถึงแนวทางและรายละเอียดเบื้องต้น เท่านั้น ไม่ใช่หนังสือแจ้งโอนหรือจัดสรรงบประมาณ
ทั้งนี้ สอศ.ยังยืนยันชัดเจนว่า ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณไปยังสถานศึกษาแม้แต่แห่งเดียว โดยการจัดสรรจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อการจัดทำคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์ฉบับกลางเสร็จสิ้นและได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแล้วเท่านั้น
พร้อมกันนี้ สอศ.ยังออกคำเตือนไปยังสถานศึกษาทั้ง 230 แห่งว่า หากมี บริษัท ห้าง ร้าน หรือผู้ประกอบการรายใดเข้าไปแอบอ้าง เสนอขายสินค้า หรือเสนอให้สถานศึกษาดำเนินการใด ๆ โดยอ้างโครงการนี้ ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้สถานศึกษายึดถือหนังสือแจ้งจาก สอศ.เป็นเอกสารราชการเท่านั้น






