ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569  โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กลับมาเปิดการเรียนการสอนแบบ On-site เป็นวันแรก หลังปิดโรงเรียนและปรับไปเรียนออนไลน์นานเกือบครึ่งเดือน จากโศกนาฏกรรมเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน โดยบรรยากาศช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย นักเรียนทยอยกลับเข้าโรงเรียน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มความเข้มงวด ขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนยังมีความกังวลและเป็นห่วงบุตรหลาน

โดยตั้งแต่เวลา 05.50 น. ผู้ปกครองทยอยมาส่งนักเรียนบริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนได้จัดครูและบุคลากรประจำจุดทางเข้า-ออก พร้อมตรวจคัดกรองสัมภาระ นักเรียนต้องเปิดกระเป๋าให้ตรวจสอบก่อนเข้าโรงเรียน เพื่อป้องกันการนำอาวุธหรือสิ่งของต้องสงสัยเข้าพื้นที่

ว่าที่ร้อยเอก ณัฐนพงษ์ กองพลับ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ระบุว่า โรงเรียนมีความพร้อมในการกลับมาเปิดเรียน หลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ปกครอง เพื่อกำหนดมาตรการดูแลนักเรียนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน ระหว่างเรียน ช่วงพักและเปลี่ยนคาบ ไปจนถึงหลังเลิกเรียน

โรงเรียนกำหนดจุดปฏิบัติหน้าที่ของครูและบุคลากรอย่างชัดเจน พร้อมติดตามและตรวจสอบจำนวนนักเรียนในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ทราบว่านักเรียนอยู่บริเวณใด และสามารถเข้าดูแลได้อย่างรวดเร็วหากเกิดความผิดปกติ

นอกจากนี้ ยังจัดทำ แผนเผชิญเหตุ ติดตั้งกล้อง CCTV มากกว่า 200 ตัว ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ และตั้งจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า-ออก โดยจะจัดบุคลากรเพิ่มเติมเพื่อช่วยดูแลนักเรียน ไม่ให้ครูต้องรับภาระด้านความปลอดภัยมากจนกระทบต่อการเรียนการสอน

ผู้อำนวยการโรงเรียนยอมรับว่า นักเรียนบางส่วนยังมีความวิตกกังวลและต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่จากการประเมินพบว่านักเรียนส่วนใหญ่พร้อมกลับมาเรียน ขณะที่นักเรียนหลายคนระบุว่าดีใจที่ได้กลับมาพบเพื่อนและเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง มากกว่าการเรียนออนไลน์

สำหรับ ห้องเรียน 2 ห้องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ยังคงปิดไว้ และโรงเรียนไม่มีแผนเปิดกลับมาเป็นห้องเรียนในรูปแบบเดิม แต่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมและเปลี่ยนเป็นห้องกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น

ด้าน พ.ต.อ.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจเพิ่มกำลังสายตรวจและความถี่ในการตรวจตราบริเวณโดยรอบโรงเรียน ทางเข้า-ออก และจุดที่นักเรียนกับผู้ปกครองใช้ร่วมกัน โดยจะดำเนินมาตรการเข้มข้นต่อเนื่อง ประมาณ 1 เดือน เพื่อดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านหลังกลับมาเปิดเรียน และพร้อมเข้าระงับเหตุทันทีหากพบความผิดปกติ ส่วนคดีอยู่ระหว่างจัดทำสำนวนและสอบพยานเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน กรมสุขภาพจิต จัดตั้งศูนย์ดูแลสุขภาพจิตภายในโรงเรียน พร้อมระดมทีม MCATT และนักจิตวิทยาประมาณ 80 คน ดูแลนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครองทุกวันในช่วงสัปดาห์แรก พร้อมวางแผนติดตามและเยียวยาสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 1 ปี

การเปิดเรียนวันแรกจึงไม่ได้เป็นเพียงการกลับเข้าสู่ห้องเรียนตามปกติ แต่เป็นช่วงสำคัญของการฟื้นความเชื่อมั่น โดยโรงเรียน ตำรวจ และหน่วยงานด้านสุขภาพจิตต้องทำงานควบคู่กันทั้งด้าน ความปลอดภัยและการเยียวยาสภาพจิตใจ หลังเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ จากการประเมินสุขภาพจิตนักเรียนทั้งหมด 3,096 คน พบกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงประมาณ 60 คน ซึ่งกรมสุขภาพจิตจะเฝ้าระวังและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้รับการดูแลและช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here