เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout หรือการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตของตนเองนายประเสริฐ กล่าวว่า  เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาจำนวนหนึ่งไม่ได้มีปัญหาเพียงเรื่องการเรียน แต่มีสาเหตุซับซ้อน ทั้งความยากจน ปัญหาครอบครัว และภาระในการดำรงชีวิต ซึ่งส่งผลต่อโอกาสและอนาคตของเด็ก เพราะจริงๆแล้วเด็กเหล่านี้อยากเรียนแต่ขาดโอกาส ดังนั้น การแก้ปัญหาจะมองเฉพาะการนำเด็กกลับเข้าโรงเรียนแบบเดิมไม่ได้ แต่ต้องค้นหาและทำความเข้าใจปัญหาของเด็กเป็นรายบุคคล ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ การตามเด็กกลับเข้าสู่การศึกษา พร้อมจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับชีวิตจริง โดยเปิดโอกาสให้เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการศึกษา 3 รูปแบบ ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้เด็กที่มีข้อจำกัดแตกต่างกันสามารถเรียนต่อและพัฒนาตนเอง ต้องทำให้เขารู้สึกว่า ไม่ขาดโอกาสอีก ซึ่งนี่คือภาพของ All for Education ที่อยากเห็น

“เป้าหมายไม่ใช่เพียงการดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบ แต่ต้องทำให้เด็ก มองเห็นอนาคตและสามารถเดินต่อไปตามศักยภาพของตนเอง และขอบคุณครู ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ร่วมกันติดตาม ดูแล และช่วยเหลือเด็กที่เผชิญปัญหาครอบครัวและภาระชีวิต เพื่อไม่ให้เด็กคนใดพลาดโอกาสทางการศึกษา “ นายประเสริฐ กล่าวและว่า ขอชื่นชมการทำงานของจังหวัดลำพูน ที่สามรถบูรณาการหน่วยงานการศึกษา ฝ่ายปกครอง อปท. สาธารณสุข และชุมชน ลงพื้นที่ค้นหาเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย ขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทำให้เรามองเห็นอนาคตที่จะไม่ปล่อยให้ใครหลุดระบบ โดยตัวอย่างการทำงานเชิงพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ เช่น อำเภอลี้ ที่สามารถค้นหาและขึ้นทะเบียนเด็กกลุ่มเป้าหมาย 215 คน และ ยืนยันตัวตนได้ 211 คน หรือ 98% อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ “ตามหาเด็กให้เจอ” แต่ต้องวิเคราะห์ปัญหาเป็นรายคน เพราะเด็กแต่ละคนมีข้อจำกัดแตกต่างกัน ทั้งความยากจน ปัญหาครอบครัว สุขภาพ ความพิการ การย้ายถิ่น หรือความจำเป็นต้องทำงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here