ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2569 ได้เข้าร่วมการประชุมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเอเปค ณ Nanjing Dongjiao State Guesthouse เมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พร้อมคณะผู้แทนไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลกการทำงาน

ดร.อาทิตยา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีทั้งการประชุมคณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเอเปค ครั้งที่ 51 หรือ HRDWG และการประชุมเครือข่ายการศึกษาของเอเปค หรือ EDNET ครั้งที่ 43 โดยสาระสำคัญเชื่อมโยงกันตั้งแต่การเตรียม Future-ready Skills การพัฒนาครูและผู้เรียน การเรียนรู้ตลอดชีวิต การ Upskill–Reskill ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ยกระดับการศึกษาและเตรียมกำลังคนให้ทันต่อความต้องการของตลาดแรงงาน

“โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการนำ AI มาใช้ในระบบการศึกษา แต่ต้องทำให้ผู้เรียนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม พร้อมกับพัฒนาครูและบุคลากรให้สามารถใช้ AI ได้อย่างสร้างสรรค์ มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น” ดร.อาทิตยา กล่าวและว่า การประชุม EDNET ครั้งที่ 43 สมาชิกเอเปคได้ทบทวนความร่วมมือด้านการศึกษาและแผนงานในปีต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่เสริมด้วย AI การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม การศึกษาปฐมวัย การสนับสนุนผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตลอดจนการสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมของเยาวชน

ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือแนวทางการใช้ AI ในภาคการศึกษาอย่างครอบคลุม มีนวัตกรรม และมีความรับผิดชอบ ซึ่งที่ประชุมให้ความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ Inclusive AI ใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างความเท่าเทียมและตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียน Innovative AI ประยุกต์ AI เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล หรือ Personalized Learning รวมถึงพัฒนาทักษะครูและการแบ่งปันทรัพยากรการเรียนรู้ และ Responsible AI ใช้ AI บนหลักความโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมวางแนวทางกำกับดูแล Generative AI และเฝ้าระวังผลกระทบจากการใช้งานโดยทั้ง 3 เรื่องมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเตรียมเด็กและเยาวชนในวันนี้ เพราะโลกการเรียนรู้และโลกการทำงานกำลังเปลี่ยนพร้อมกัน การศึกษาไม่เพียงต้องทำให้เด็กใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องทำให้เขารู้เท่าทัน ใช้อย่างเหมาะสม และสามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ นอกจากนี้ เวที HRDWG ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต การพัฒนานวัตกรรมด้านการศึกษาและครูผู้สอน การเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนการพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสการจ้างงานแก่ผู้พิการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดแรงงานและบริการต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียม

ดร.อาทิตยา กล่าวอีกว่า ในฐานะหน่วยงานด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. จะนำองค์ความรู้และแนวทางจากการแลกเปลี่ยนกับสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคมาประยุกต์ใช้กับบริบทของไทย โดยเฉพาะ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การเตรียมความพร้อมผู้เรียนด้านทักษะแห่งอนาคต และการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ มีจริยธรรม และคำนึงถึงความเท่าเทียม เป้าหมายสำคัญคือทำอย่างไรให้เด็กไทยพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี สังคม หรือโลกการทำงาน และทำให้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ไม่ใช่สร้างช่องว่างใหม่ให้กับผู้เรียน

ทั้งนี้ ในพิธีปิดการประชุมวันที่ 19 กันยายน 2569 มีการรายงานผลการดำเนินงานของเครือข่ายด้านการเสริมสร้างสมรรถนะ (CBN) เครือข่ายด้านการศึกษา (EDNET) และเครือข่ายด้านแรงงานและการปกป้องสังคม (LSPN) พร้อมประกาศว่า การประชุมครั้งถัดไปในปี 2027 จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยจะมุ่งประเด็น AI กับการศึกษาและการจ้างงาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการทำงานในยุค AI และการเสริมสร้างพลังเยาวชน หรือ Young Talents

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here