เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)หลังเข้ารับตำแหน่งเป็นวันแรก พร้อมเปิดเผยถึงแนวทางการทำงาน ว่า ภารกิจสำคัญจากนี้คือการขับเคลื่อนนโยบายที่ได้รับมอบหมายจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้ตนได้ตั้งคณะทำงานประมาณ 4–5 ชุด เพื่อมาช่วยดูเรื่องสำคัญ ๆ ทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก คุณภาพการศึกษา หลักสูตร และการนำ AI และเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการศึกษา โดยคณะทำงานแต่ละชุดจะมีทั้งบุคลากรภายในและผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาช่วย โดยเฉพาะด้าน AI และ IT ซึ่งจะเชื่อมโยงกับกรอบการพัฒนาเทคโนโลยีที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย ครอบคลุมทั้งการพัฒนาครูและนักเรียน โดยตนจะเริ่มประชุมกับคณะทำงานและเดินหน้าภายในเดือนตุลาคมนี้
“ยอมรับว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีทั้งกำลังคนและทรัพยากรพร้อม แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการ “หลอมรวม” บุคลากรและผู้บริหารให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เพราะมีปัญหาหลายเรื่องสะสมมานาน ผู้บริหารในองค์กรรับรู้ปัญหาอยู่แล้ว จึงต้องหาวิธีทำให้งานเดินหน้าไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว”ดร.ธนู กล่าวและว่า ขณะเดียวกัน ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งจัดการคือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ โดยได้เตรียมแผนรับมือและการให้ความช่วยเหลือไว้แล้ว ส่วนหลังน้ำลดจะต้องเร่งประเมินความเสียหาย เยียวยาและซ่อมแซมโรงเรียนให้กลับเข้าสู่สภาพปกติโดยเร็ว
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ตนได้รับรายงานว่าสำนักงบประมาณ ได้โอนเงินงบปี2570 ก้อนแรกมาให้แล้ว ถือว่าดำเนินการได้รวดเร็ว และที่ผ่านมา อดีตเลขาธิการ กพฐ.ได้โอนเงินลงไปช่วยเหลือพื้นที่บางส่วนแล้ว ซึ่งจะต้องพิจารณารายละเอียดว่าจะนำไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างไรให้เหมาะสม เพราะขณะนี้หลายพื้นที่ยังอยู่ระหว่างเผชิญสถานการณ์จึงยังไม่สามารถประเมินความเสียหายทั้งหมดได้ชัดเจน ส่วนปัญหาด้านกฎหมายและวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ. ดร.ธนู กล่าวว่า จากที่ตนเคยเป็นเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุตลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ดูเรื่องข้อร้องเรียนและการดำเนินการทางวินัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างจริงจัง โดยยึดความถูกต้องและกระบวนการตามกฎหมายเป็นหลัก เนื่องจากจากประสบการณ์ทำงานที่ ก.ค.ศ. พบว่าเรื่องร้องเรียนและปัญหาทางวินัยมีจำนวนกว่า 500 เรื่องสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความไม่รู้หรือไม่เข้าใจกฎระเบียบ ขณะที่บางกรณีทราบว่ามีความเสี่ยงแต่ยังตัดสินใจดำเนินการ ดังนั้น แนวทางสำคัญจะต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ไม่ปล่อยให้ทุกเรื่องไหลไปสู่กระบวนการทางวินัยหรือการพิจารณาในขั้นปลายน้ำ โดยต้องสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนเรื่องที่ส่งไปถึง ก.ค.ศ.แล้ว ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ เพราะถือเป็นปลายน้ำ
ดร.ธนู กล่าวอีกว่า ส่วนการสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) นั้น ทราบว่า ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ อดีตปลัดศธ.ได้ลงนามประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน เบื้องต้นกำหนดสอบวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สำหรับอำนาจการจัดสอบในขณะนี้ยังอยู่กับคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน และเลขาธิการ ก.ค.ศ.เป็นเลขานุการ คาดว่ากระบวนการสอบทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ส่วนกรณีสถานที่สอบอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น ได้มีการพูดคุยถึงแผนสำรองไว้แล้ว แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยการสอบครั้งนี้มีผู้สมัครเกือบ 500 คน ขณะที่มีตำแหน่งว่างเพียง 5 อัตรา แต่จะมีการขึ้นบัญชีสำรองไว้ 6 เท่าของตำแหน่ง โดยบัญชีมีอายุ 2 ปี
“ทั้งนี้ ภายหลังที่ตนพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ ก.ค.ศ. รัฐมนตรีว่าการศธ.ได้มีคำสั่งแต่งตั้งน.ส.จารุนันท์ แก้วทองนาค รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. อาวุโสอันดับ 1 ให้รักษาราชการแทนเลขาธิการ ก.ค.ศ.ไปก่อน โดยคาดว่าจะมีการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.ค.ศ.คนใหม่ในเร็วๆ นี้”ดร.ธนู กล่าว






