เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศึกษาธิการ) ให้สัมภาษณ์ กรณีโครงการจัดการเรียนการสอนทัศนศึกษาต่างประเทศ “เปิดโลกทัศน์ สู่อนาคต” (Abroad Field Trip) ณ มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง เมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 15–26 ตุลาคม 2569 รวม 12 วัน แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่มีการนำนักเรียนเดินทางไปตามโครงการ ส่งผลให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับความเสียหาย ว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการทั้งทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาด

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวมีโรงเรียนเข้าร่วม 11 แห่ง นักเรียน 62 คน และครูผู้ดูแล 8 คน รวม 70 คน ประกอบด้วย โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จ.นนทบุรี, โรงเรียนวัดนายโรง กรุงเทพฯ, โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จ.ชลบุรี, โรงเรียนดัดดรุณี จ.ฉะเชิงเทรา, โรงเรียนนฤทธิ์ยะวรรณาลัย กรุงเทพฯ, โรงเรียนสายปัญญา กรุงเทพฯ, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ, โรงเรียนพระนารายณ์ จ.ลพบุรี, โรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ จ.นครสวรรค์, โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพฯ และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกคำสั่งที่ ศธ 2772/2569 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2569 แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 3 คน โดยกำหนดกรอบเวลาให้เร่งรัดดำเนินการ ภายใน 7 วัน มีนายสรรค์ชัย ชูเมือง นิติกรเชี่ยวชาญ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะกรรมการ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนประชาสัมพันธ์ หลักฐานการโอนเงิน ตลอดจนเชิญครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าให้ข้อมูล

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษในสังกัด สพฐ. เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวจริง แต่เป็นการดำเนินการในลักษณะส่วนตัว ไม่ได้รับมอบหมายจาก สพฐ. หรือผู้บริหารใน สพฐ.ซึ่งกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอบเขตความรับผิดชอบทั้งหมดจะต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน นอกจากนี้ คณะกรรมการยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของ นายฐนปวรรธน์ แตงอ่อน ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกสังกัด สพฐ. หลังมีข้อมูลว่าเป็นผู้รวบรวมเงินจากผู้ปกครองหรือโรงเรียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม แต่เงินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ปกครองหรือนักเรียนตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งประเด็นนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า  สพฐ.ได้เปิดรับฟังข้อเท็จจริงจากโรงเรียนและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องในวันที่ 20 ตุลาคม ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อรวบรวมข้อมูลและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับความเป็นธรรม พร้อมกำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนทั้ง 11 แห่ง ให้ดูแลและติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ผู้ปกครอง และครู เป็นรายกรณี ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้กระทำความผิด กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการตามกระบวนการ ทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงติดตามการชดใช้ค่าเสียหายตามสิทธิและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดย ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะลาออกจากราชการหรือไม่ กระทรวงศึกษาธิการจะยืนเคียงข้างผู้เสียหายในการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด พร้อมกันนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีก โดยโครงการที่มีลักษณะเช่นนี้ต้องผ่านการตรวจสอบระหว่างหน่วยงานโดยผู้มีอำนาจ และขอให้โรงเรียนกับผู้ปกครองตรวจสอบข้อมูลของโครงการโดยตรงกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการจัดขึ้นจริง ไม่ใช่การนำชื่อหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รายบุคคลไปกล่าวอ้าง

“ผมขอส่งกำลังใจให้ผู้ปกครองและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ และขอยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษตามกฎหมาย” นายประเสริฐกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here