เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดย ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ว่า ที่ประชุมได้หารือและกำหนดแนวทางขับเคลื่อนนโยบาย “ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง” ภายใต้สถานการณ์วิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยยึดนโยบายของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรอบสำคัญในการปฏิบัติ โดยในปีการศึกษา 2569 สถานศึกษาในสังกัด สพฐ.ทุกแห่ง ต้องยังคงจัดการเรียนการสอนตามปกติ เพื่อรักษาคุณภาพการศึกษา ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สพฐ.ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติให้โรงเรียนทั่วประเทศดำเนินการอย่างยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่ 7มาตรการ ดังนี้ 1. คงการเรียนปกติ ไม่ลดคุณภาพแม้เผชิญวิกฤตค่าใช้จ่าย โรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา2. ผ่อนผัน-ลดค่าบำรุงการศึกษา เปิดช่องให้โรงเรียนพิจารณาลด หรือผ่อนผันค่าบำรุงตามความจำเป็น เพื่อลดภาระโดยตรงแก่ผู้ปกครอง ยืดหยุ่นเครื่องแบบนักเรียน โดยเฉพาะเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ยุวกาชาด และชุดกิจกรรมต่าง ๆ สามารถยกเว้นหรือผ่อนปรนได้ตามความเหมาะสม 3 ลดการใช้วัสดุอุปกรณ์สิ้นเปลือง โรงเรียนต้องพิจารณางดหรือปรับลดการใช้อุปกรณ์การเรียนที่สร้างภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 4.ให้สถานศึกษาพิจารณาลด หรืองดการซื้อหนังสือเสริมหลักสูตร เช่นแบบฝึกหัดที่นอกเหนือที่กำหนดไว้ใน8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อลดภาระผู้ปกครอง 5.ให้งดหรือลดการจัดกิจกรรมที่เรียกเก็บเงินเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้ปกครอง 6.ลดงาน-ลดโครงงานที่ต้องใช้เงินครูต้องพิจารณามอบหมายงานที่ไม่สร้างภาระค่าใช้จ่าย และ 7. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแทน

“แนวทางดังกล่าวไม่ใช่มาตรการแบบบังคับตายตัว แต่เป็นการ “ขอความร่วมมือ” และเปิดโอกาสให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถออกมาตรการเพิ่มเติมได้เองตามบริบทของแต่ละพื้นที่สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่ระบุชัดว่าจะไม่ตัดเสื้อตัวเดียวให้ทั้งประเทศใส่เหมือนกัน โดยสพฐ.จะออกหนังสือเวียนแจ้งทุกหน่วยงานในสังกัด พร้อมกำชับให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่ร่วมกัน กำกับ ติดตาม และสนับสนุน การดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงนโยบายบนกระดาษ”ดร.พิเชฐ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนการผ่อนผันเงินค่าบำรุงการศึกษา ให้โรงเรียนพิจารณาตามความเหมาะสม เข้าใจว่า บางโรงเรียนก็ยังมีความจำเป็นต้องเก็บค่าบำรุงการศึกษา  แต่อะไรที่พอลดผ่อนผันได้ ก็ขอให้ตระหนักเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความสบายใจ ส่งลูกหลานมาเรียน ไม่อยากให้มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว เป็นการขอความร่วมมือ สพฐ. ไม่อยากให้เป็นการบังคับ การดำเนินการขอให้ดูตามบริบทแต่ละพื้นที่ ซึ่งตนเชื่อมั่นในตัวผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here