เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถาม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาที่ไม่ฟรีจริง และการทบทวนประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2554 ว่าด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา ที่ส่งผลกระทบและสร้างภาระค่าใช้จ่ายแอบแฝงให้แก่ผู้ปกครอง โดย นายอัครนันท์ กล่าวว่า มีความเห็นตรงกับผู้ตั้งกระทู้ถามว่าระบบการศึกษามีปัญหามายาวนาน โดยข้อเท็จจริงคือการอุดหนุนงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ถือเป็นรากเหง้าสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษาไทย และที่ผ่านมา การจัดสรรงบประมาณแบบรายหัวที่ให้เท่ากันในอดีต ไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงได้ เพราะในบริบทที่ต่างกัน โรงเรียนทุกขนาดล้วนมีภาระรายจ่ายโครงสร้างพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต การจัดสรรงบประมาณรายหัวให้เท่ากันทั้งหมด จึงไม่ถือเป็นการจัดสรรงบที่เท่าเทียมและเป็นธรรม
“การแก้ไขปัญหาการจัดสรรงบประมาณ จะยังคงการอุดหนุนเท่ากับปี 2569 แต่ทาง สพฐ. จะเร่งบรรเทาปัญหาให้โรงเรียนขนาดเล็ก โดยในงบปี 2570 นี้จะจัดสรรงบเพิ่มเติม 2 ส่วน ได้แก่ 1. ช่วยเหลือค่าไฟโรงเรียนละ 6,000 บาทต่อปี (เป้าหมาย 15,848 โรงเรียน) และ 2. ช่วยค่าบริหารจัดการโรงเรียนในพื้นที่ลักษณะพิเศษและทุรกันดาร โรงเรียนละ 20,000 บาทต่อปี (เป้าหมาย 817 โรงเรียน) ส่วนในงบปี 2571 ศธ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการออกแบบสูตรคำนวณใหม่ ใน 3 มิติ คือ 1. มิติด้านความห่างไกล 2. มิติด้านความยากจนของผู้เรียน และ 3. มิติด้านขนาดของสถานศึกษา เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณสะท้อนข้อเท็จจริง เป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง” รมช.ศธ.กล่าวและว่า เห็นด้วยที่จะต้องทบทวนแนวทางการดำเนินงานในเรื่องนี้ เพื่อลดภาระผู้ปกครองที่ต้องชำระค่าบำรุงการศึกษาที่ไม่เป็นธรรม และไม่ได้รับความชอบธรรมในบางเรื่อง ผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ฯ ของ ศธ. ที่จะนำระบบทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถร้องเรียนปัญหามาที่ ศธ.ได้โดยตรง






