เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศึกษาธิการ)เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งมีประเด็นของ ดร.สุดา สุขอ่ำ รองเลขาธิการคุรุสภา ต้องพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เนื่องจากมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ ตามข้อบังคับการบริหารงานบุคคล ซึ่งมีประเด็นร้องเรียนว่ายังปฏิบัติหน้าที่ต่อ ว่า บอร์ดคุรสภาได้รับทราบความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกี่ยวข้องกับ ดร.สุดา หลังจากที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งตนได้มีข้อสั่งการให้นำผลการสอบดังกล่าว ส่งต่อให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดที่ตนเป็นผู้แต่งตั้ง เพื่อรวบรวมและพิจารณาข้อมูลทั้งหมด ก่อนสรุปข้อเท็จจริงและเสนอผลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เนื่องจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ตรวจสอบภาพรวมของเรื่องทั้งหมด สำหรับประเด็น การคืนเงินหรือไม่คืนเงิน ซึ่งเป็นข้อสงสัยของหลายฝ่ายนั้น ที่ประชุมยังไม่มีข้อยุติ โดยเห็นว่าต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดที่ตนแต่งตั้งก่อน รวมถึงอาจต้องพิจารณาข้อกฎหมายและหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กำลังจะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า จะมีการทำสัญญาจ้างเป็นเลขาธิการคุรุสภาต่อเนื่องเป็นวาระที่สอง โดยไม่ต้องมีการสรรหาใหม่ นั้น วันนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาประเด็นนี้ และได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ เดินหน้ากระบวนการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาคนใหม่ โดยมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาในการประชุมครั้งต่อไป ส่วนวาระอื่นของการประชุมเป็นการพิจารณางานตามภารกิจปกติ เช่น การรับรองปริญญาและการรับรองวุฒิฯ เป็นต้น
นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)มีประเด็นการพิจารณาวาระ แต่งตั้งและโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นวาระลับไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเอกสารต่อสาธารณะ โดยยึดระเบียบราชการ และหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตามระบบคุณธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยกกรณี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบางรายยื่นใบลาออกก่อนเกษียณอายุราชการกะทันหัน ขึ้นหารือ ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุผลและความจำเป็นของการลาออก แม้จะยอมรับว่าการลาออกเป็นสิทธิของข้าราชการแต่ละบุคคลก็ตาม ดังนั้น ที่ประชุมบอร์ด ก.ค.ศ.จึงมีความเห็นร่วมกันว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาหรือข้อสงสัยในสังคม จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบสาเหตุและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการลาออกดังกล่าว ว่ามีที่มาหรือมีปัจจัยอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ ก่อนรายงานผลกลับมายังคณะกรรมการโดยเร็ว เพื่อสร้างความชัดเจนและความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนวาระอื่นของการประชุมเป็นการพิจารณางานตามขั้นตอนปกติ ทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์และการดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา






